หลักสูตรแพทยศาสตร์
จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์รายวิชาเลือกเสรี ศรวส ๖๓๑ วิสัญญีวิทยา: ระงับปวด
รหัสและชื่อรายวิชา
ภาษาไทย ศรวส ๖๓๑ วิสัญญีวิทยา: ระงับปวด
ภาษาอังกฤษ SIAS 631 วิสัญญีวิทยา: การบำบัดความเจ็บปวด
จุดมุ่งหมายของรายวิชา (เป้าหมายของรายวิชา)
หัวข้อนี้เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริงในการดูแลรักษาอาการปวดอย่างรุนแรงทั้งแบบสังเกตและเรื้อรังในหอผู้ป่วยและคลินิก ระงับปวดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลภายใต้การกำกับดูแลแกนนำนักศึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์และทักษะในความปวดมักจะสั่งการรักษาอาการเจ็บปวดทั้งแบบต่อเนื่องและต่อเนื่องเพื่อนำความรู้ที่สามารถไปดูแลผู้ป่วยในอื่นๆ ตามลำดับต่อไป
หลักสูตรของรายวิชา (วัตถุประสงค์ของหลักสูตร)
- อธิบายพื้นฐานของการระงับปวดประเภทต่าง ๆ ทั้งปวดแบบต่อเนื่องปวดแบบเรื้อรังและปวดจากมะเร็ง
- อธิบายอาการปวดทั้งชนิดเสพติด (opioids) ไม่ต้องการเสพติด (non-opioids) กิน
- อธิบายวิธีการระงับปวดหลังการผ่าตัด ระงับปวดจากมะเร็ง และระงับปวดเรื้อรังในมะเร็งได้
- วิธีการระงับปวดได้อย่างเหมาะสมสามารถสั่งการรักษาได้ถูกต้องโดยมีความรู้และทักษะด้านโภชนาการ
4.1 การประเมินความเจ็บปวดสามารถประเมินความปวดได้ตามปกติ
4.2 เภสัชวิทยาของยาแก้ปวด ประเทศให้ยาระงับปวดได้อย่างเหมาะสม
4.3 เทคนิคการจัดการความเจ็บปวด ส่วนเทคนิคการระงับปวดได้อย่างเหมาะสม
4.4 เราสามารถให้ยาแก้ปวดได้อย่างถูกวิธี (เช่น PCA)
ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (ผลการเรียนรู้ระดับรายวิชา: CLOs)
CLO1 คำอธิบายที่สำคัญของการระงับปวดประเภทต่างๆ ทั้งปวดแบบต่อเนื่องปวดแบบเรื้อรังและปวดจากมะเร็ง
CLO2 อธิบายหลักไม่ได้แก้ปวดทั้งชนิดเสพติด (opioids) ไม่ต้องเสพติด (non-opioids)
CLO3 อธิบายวิธีการระงับปวดหลังการผ่าตัด ระงับปวดจากมะเร็ง และระงับปวดเรื้อรังของโรคมะเร็งได้
CLO4 เลือกวิธีการระงับปวดได้ตามปกติสั่งการรักษาได้ถูกต้อง
CLO5 เราสามารถให้ยาแก้ปวดได้อย่างถูกวิธี เช่น PCA, การแช่แบบต่อเนื่อง
ลักษณะและการดำเนินการ
๑. คำอธิบายรายวิชา (คำอธิบายรายวิชา)
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปวดการรักษาอาการปวดบริเวณอาการปวดหลังการผ่าตัดและอาการปวดเรื้อรังทั้งจากมะเร็งและไม่ใช่มะเร็ง ทักษะการสื่อสาร ทักษะการแนะนำที่ปรึกษาการบริบาลผู้ป่วยแบบองค์รวมความเป็นแพทย์
การประเมินความเจ็บปวด การจัดการความเจ็บปวดเฉียบพลัน การจัดการความเจ็บปวดหลังผ่าตัด การจัดการความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง การจัดการความเจ็บปวดเรื้อรังที่ไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง การดูแลแบบองค์รวม ความเป็นมืออาชีพทางการแพทย์
|
ปรี ( ) |
การฝึกปฏิบัติ ( ) |
อื่นๆ ( ) |
|
– |
ی … |
21.5 |
สัปดาห์ที่ 1
|
เวลา |
จันทร์ |
อังคาร |
พุธ |
พฤหัสบดี |
ศุกร์ |
|
๐๘:00-๐๙:00ย น. |
ปฐมนิเทศ |
ฟอรัมเกี่ยวกับความเจ็บปวด |
การศึกษาด้วยตนเอง |
ฟอรัมเกี่ยวกับอาการปวดเฉียบพลัน |
การศึกษาด้วยตนเอง |
|
๐๙:00-๑๐:00 น. |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
|
๑๐:ร้อย -๑๑:๐๐ น. |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
|
๑๑:๐๐ -๑๒:๐๐ น. |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
OPD หน่วยระงับปวด |
|
๓:๐๐-๑๔:๐๐ น. |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
|
๑๔:00-๑๕:๐๐ น. |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
|
๑๕:00-๑๖:๐๐ น. |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
วอร์ดรอบผู้ป่วยใน |
มะนิลา-ประเมินผล |
|
๑๖:ร้อย-๑๗:๐๐ น. |
สัปดาห์ที่ ๒
|
เวลา |
จันทร์ |
อังคาร |
พุธ |
พฤหัสบดี |
ศุกร์ |
|
๐๘:00-๐๙:00 น. |
ฟอรัมเกี่ยวกับความเจ็บปวด |
ฟอรัมเกี่ยวกับความเจ็บปวด |
การศึกษาด้วยตนเอง |
อาการปวดเฉียบพลัน |
การศึกษาด้วยตนเอง |
|
๐๙:00-๑๐:00 น. |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
|
๑๐:00 -๑๑:๐๐ น. |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
|
๑๑:๐๐ -๑๒:๐๐ น. |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
แผนภูมิรอบผู้ป่วย APS |
|
๓:๐๐-๑๔:๐๐ น. |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
|
๑๔:00-๑๕:๐๐ น. |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
|
๑๕:00-๑๖:๐๐ น. |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
การศึกษาผู้ป่วยใน OR |
มะนิลา-ประเมินผล |
|
๑๖:00-๑๗:๐๐ น. |
การให้คะแนนและการมีผล
O ผู้ดูแลที่โดดเด่นทุกอย่างสามารถโดดเด่นและได้รับคะแนนตั้งแต่ส่วนประกอบ ๙๐ ขึ้นไป
Sที่น่าพอใจทุกอย่างที่ได้รับการตอบสนองอย่างสมบูรณ์และนับเวลาเข้ามาเรียนขยี้ ๘๐
สามารถขยายได้จนถึงเกณฑ์ (S) ได้คะแนนมากกว่าเท่ากับ ๖๕%
U. ไม่น่าพอใจเลยตามเกณฑ์ที่พอใจ
ความเห็นแก้ตัว (ถ้ารายวิชาเพิ่มเติมมีให้เห็นแก้ตัว)
ไม่มีอะไรแก้ตัว
วัตถุประสงค์รายวิชา และลักษณะเฉพาะในการปฏิบัติงานที่ห้องผ่าตัดหน่วยงานต่าง ๆ
วัตถุประสงค์รายวิชา
- นักศึกษาสามารถให้การประเมิน และทราบแนวทางในการเตรียมผู้ป่วยให้มีความพร้อมก่อนผ่าตัด
- นักศึกษาทราบถึงหลักการในการให้การระงับความรู้สึกที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ทั้งในแง่การเลือกวิธี ข้อดีและข้อจำกัดของวิธีต่าง ๆ
- นักศึกษาสามารถสื่อสารกับผู้ป่วย และเพื่อนร่วมงานได้อย่างเหมาะสม
- นักศึกษาสามารถตระหนัก และอธิบายถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดระหว่าง หรือหลังการระงับความรู้สึกที่เกี่ยวข้องในทางวิสัญญี และให้การรักษาที่เหมาะสมได้
การประเมินและเตรียมผู้ป่วยก่อนการระงับความรู้สึก
นักศึกษาจะมีโอกาสได้ร่วมประเมินและเตรียมผู้ป่วยกรณีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ก่อนผ่าตัดหรือกรณีผู้ป่วยที่มาเข้ารับการผ่าตัดที่ซับซ้อน ในหน่วยงานห้องผ่าตัดที่ทางภาควิชาจัดไว้ให้ขึ้นปฏิบัติงาน โดยนักศึกษาสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ป่วยที่เตรียมผ่าตัดได้จากระบบการจัดตารางผ่าตัดทางคอมพิวเตอร์ในห้องผ่าตัด นักศึกษาสามารถซักประวัติ ศึกษารายงานของผู้ป่วยสามัญและเยี่ยมเพื่อซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยตามความเหมาะสมได้ด้วยตนเองที่หอผู้ป่วยหรือติดตามแพทย์ประจำบ้านวิสัญญีไปเยี่ยมผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยพิเศษนั้น เมื่อไปที่หอผู้ป่วยแล้ว นักศึกษาควรแนะนำตัวและแจ้งวัตถุประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำหอผู้ป่วยก่อนศึกษารายงานผู้ป่วยที่แพทย์เจ้าของไข้ หรือแพทย์ประจำบ้านวิสัญญีได้บันทึกไว้แต่ไม่ต้องเข้าไปทำการซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยในห้องผู้ป่วย ด้วยตนเอง แต่นักศึกษาสามารถทำการประเมินผู้ป่วยในห้องผ่าตัดร่วมกับอาจารย์ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในห้องรอการผ่าตัด
การร่วมดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในระหว่างการระงับความรู้สึก
นักศึกษาจะมีโอกาสได้ร่วมดูแลให้การระงับความรู้สึกผู้ป่วยหนัก ASA 3 ขึ้นไป หรือผู้ป่วยที่เข้ารับมาผ่าตัดใหญ่หรือการผ่าตัดที่มีความซับซ้อน มีผลรบกวนต่อระบบสรีรวิทยาของผู้ป่วย เช่น การผ่าตัดหลอดเลือดใหญ่ การผ่าตัดหัวใจ การผ่าตัดสมอง การผ่าตัดที่มีการเสียเลือดมาก การผ่าตัดในสภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น ตามหน่วยงานห้องผ่าตัดที่นักศึกษาได้ขึ้นปฏิบัติงาน นอกจากนี้ นักศึกษาจะมีโอกาสได้เรียนรู้ เข้าใจหลักการทำงานและการแปลผลการติดตามการทำงานของระบบร่างกายต่างๆของผู้ป่วยทั้งโดยการใช้การตรวจวัดทางคลินิก (clinical monitoring) และการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดทั้งแบบเป็นระยะๆและแบบต่อเนื่องทั้งชนิด noninvasive และ invasive monitoring ตามข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยและการผ่าตัดนั้น ๆ
การติดตามผู้ป่วยหลังการผ่าตัด
นักศึกษาควรศึกษาวิธีการติดตามดูแลผู้ป่วยหลังการระงับความรู้สึกและผ่าตัด ทั้งในห้องพักฟื้นและหอผู้ป่วย รวมถึงการระงับปวดที่เหมาะสม และอภิปรายร่วมกับอาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้านผู้ดูแล
การเรียนรู้และร่วมการทำงานเป็นทีมในการดูแลผู้ป่วยในห้องผ่าตัด
นักศึกษาจะได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการทำงานเป็นทีมในการดูแลผู้ป่วยในระหว่างการผ่าตัดและหลังผ่าตัด ร่วมกับศัลยแพทย์ พยาบาลห้องผ่าตัด และพยาบาลห้องพักฟื้น
การประเมินอาจารย์ผู้สอนและการเรียนการสอน
นักศึกษาทำการประเมินการจัดการเรียนการสอน ประเมินอาจารย์ผู้ดูแล และให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้ภาควิชานำไปปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ปี 6 รายวิชาเลือกเสรีวิสัญญีวิทยาคลินิกต่อไปในอนาคต
สิ่งที่ควรรู้ก่อนขึ้นปฏิบัติงาน
Monitoring in anesthesia
Monitor แปลว่า การเฝ้าระวังหรือการเตือน เนื่องจากการให้ยาระงับความรู้สึกและการผ่าตัดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของผู้ป่วยและมีผลรบกวนระบบการปรับตัวของร่างกาย เช่น กดการทำงานของระบบประสาท ระบบไหลเวียน ระบบหายใจและรีเฟล๊กซ์ป้องกันตัว ดังนั้นผู้ป่วยอาจตกอยู่ในภาวะอันตราย ผู้ให้ยาระงับความรู้สึกจึงควรเฝ้าระวังผู้ป่วยตลอดเวลา เพื่อทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแก้ไขได้ทันท่วงที
การ monitor แบ่งตามระบบได้เป็น 5 ระบบ
- Cardiovascular system
- Oxygenation
- Ventilation
- Body temperature
- Central nervous system
วิธี monitor แบ่งเป็น ไม่ใช้เครื่องมือ (non – equipment) ได้แก่ การดู คลำ เคาะ ฟัง และใช้เครื่องมือ (equipment)
- Cardiovascular system ได้แก่
– ดูสีผิวหนัง ริมฝีปาก เปลือกตา ร่วมกับคลำอุณหภูมิผิวหนังจะบอกภาวะ hypoperfusion ของผิวหนังได้
– คลำชีพจรช่วยบอกภาวะความดันเลือดปกติ และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
– ฟังด้วย stethoscope ในผู้ป่วยเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ผนังทรวงอกไม่หนามาก นิยมใช้ precordial stethoscope คือติด chest piece ไว้บนทรวงอกที่ตำแหน่งซี่โครงช่องที่ 2 หรือ 3 ขอบซ้ายของกระดูกอก สามารถฟังเสียงและจังหวะการเต้นของหัวใจได้ตลอดเวลาหรือใช้ esophageal stethoscope ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อยาวใส่ลงในหลอดอาหารให้ปลายท่ออยู่ระดับเดียวกับหัวใจ ใช้ฟังการเต้นของหัวใจได้ตลอดเวลาเช่นกัน
– วัดความดันเลือด โดยวิธี non-invasive ได้แก่ ใช้ arm cuff ร่วมกับ korotkoff sound,oscillometry, คลำชีพจร หรือใช้ automated non-invasive blood pressure monitoring machine ซึ่งสามารถตั้งเวลาให้เครื่องทำการวัดความดันโลหิตเป็นระยะเท่าที่ต้องการ โดยทั่วไปควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อยทุก 5 นาที ระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึก หากต้องการติดตามความดันเลือดอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา นิยมทำ invasive blood pressure monitoring โดยสอดเข็มเข้าหลอดเลือดแดงและต่อเข้าเครื่องวัดความดันซึ่งจะแสดงความดันโลหิตตลอดเวลา
– การวัดความดัน เช่น CVP, PAP, PCWP ช่วยบอกภาวะของระบบไหลเวียนของผู้ป่วย
– ECG monitoring แสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วย จะบอกถึงอัตราเร็ว จังหวะ และความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือดได้ตลอดเวลา
– ปริมาณและลักษณะปัสสาวะจะบอกคร่าวๆ หากมีความผิดปกติของปริมาตรเลือดไปเลี้ยงไต เช่น ภาวะพร่องน้ำ พร่องเลือด
- Oxygenation
– ดูสีริมฝีปาก เล็บว่าแดงดีหรือไม่
– เฝ้าดูอุปกรณ์และเครื่องดมยาสลบว่าทำงานปกติ ได้แก่ ระบบ pipeline, pressure gauge,flowmeter, ข้อต่อต่าง ๆ, breathing system, mask, ความผิดปกติของ endotracheal tube เช่น หักงอ หรือหลุดรวมทั้งการเคลื่อนไหวของ anesthetic reservoir bag
– ใช้เครื่องมือตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในก๊าซที่ผู้ป่วยหายใจเข้าหรือออก (FiO2 monitor)
– ดูสีเลือดผู้ป่วยในบริเวณผ่าตัด
– Pulse oximeter จะช่วยบอก oxygen saturation ของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา
- Ventilation
– ดูอุปกรณ์และเครื่องดมยาสลบเช่น การ monitor oxygenation และสีของ CO2 absorber
– ดูการเคลื่อนไหวของทรวงอกทั้ง 2 ข้าง
– ฟังเสียงหายใจเข้าออกบริเวณทรวงอก 2 ข้างเป็นระยะ หรือฟังเสียงหายใจตลอดเวลาด้วย precordial หรือ esophageal stethoscope
– ดู pressure gauge ใน breathing circuit ซึ่งบอกถึง airway pressure
– เครื่องมือวัดความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจตลอดเวลา (capnography)
- Body temperature
– คลำส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
– วัดอุณหภูมิจากส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย temperature probe เช่นใน nasopharynx,
oropharynx, esophagus, rectum, axilla
นอกจากนี้ควร monitor ความลึกของการสลบ โดยดูปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายผู้ป่วย เช่น อัตราชีพจร ความดันโลหิต อัตราการหายใจ (กรณีหายใจเอง) น้ำตาไหล ขนาดรูม่านตา การเคลื่อนไหวของแขน ขา เป็นต้น กรณีใช้ยาหย่อนกล้ามเนื้อ อาจใช้เครื่องวัดการทำงานของ neuromuscular junction ร่วมด้วย
- Central nervous system
กรณีที่ผู้ป่วยได้รับการทำ regional anesthesia และไม่ได้รับยากดระบบประสาท ควรสังเกตระดับความรู้สึกตัวที่เปลี่ยนแปลงไป
ยาต่าง ๆ ที่ใช้ในทางวิสัญญี มีดังนี้
1.) Induction agent :-pentothal, ketamine, propofol, etomidate
2.) Muscle relaxant :-succinyl choline, pancuronium, atracurium, vecuronium, rocuronium, cis-atracurium (Nimbex)
3.) Inhalation agent :- isoflurane, sevoflurane, desflurane
4.) Narcotics :- morphine, pethidine, fentanyl
5.) Anticholinergic drugs :-atropine
6.) Anticholinesterase :-neostigmine (prostigmin)
7.) Vasopressors :- noradrenaline (levophed) ephedrine
การเตรียมยาสำหรับการระงับความรู้สึก
วิสัญญีพยาบาลประจำห้องผ่าตัดแต่ละห้องจะเป็นผู้เบิกกล่องยาประจำห้องแต่ละราย โดยนักศึกษาไม่ต้องเป็นผู้เตรียมยาข้างต้นเอง ยกเว้นในขณะปฏิบัติงานจะได้ฝึกเตรียมยาที่อาจารย์กำหนดให้ในผู้ป่วยแต่ละราย
| Anesthetic drugs | ขนาด
Syringe |
ความเข้มข้น | หมายเหตุ | ||
| มก./กก. | Route | ||||
| 1.Pentothal
Ketamine
Propofol Midazolam |
3-5
1-2 5-10 2-3 0.05-0.1 |
IV
IV IM IV IV |
10 มล.
2 มล. 5 มล. 10 มล. 2 มล. |
25 มก./มล.
50 มก./มล.
10 มก./มล. 5 มก./มล. |
สำหรับใช้ร่วมกับ neostigmine |
| 2.Succinylcholine
Pancuronium Atracurium
Vecuronium |
1-2
0.08-0.1 0.3-0.6
0.08-0.1 |
IV
IV IV.
IV |
5 มล.
2 มล. 5 มล.
5 มล. |
25 มก./มล.
2 มก./มล. 10 มก./มล ไม่เจือจางเพราะฤทธิ์ยาจะเสื่อม 1 มก./มล. |
|
| 3. MAC isoflurane 1.2
MAC sevoflurane 1.7 |
|
|
|
|
|
| 4. Morphine
Fentanyl Pethidine |
0.1-0.2
1-3 มคก./กก. 1-2 |
IV
IV IV |
10 มล.
2 มล. 5 มล. |
1 มก./มล.
50 มคก./มล. 10 มก./มล. |
|
| 5. Atropine | 0.02-0.04 | IV | 2 มล.
|
0.6 มก./มล. | |
| 6. Neostigmine
7. Ephedrine bolus |
0.04-0.08
5-10 มก. |
IV
IV |
2 มล.
5 มล. |
2.5 มก./มล. | |
| 8. Levophed bolus
9. Cis-atracurium |
4-10 มคก.
0.05-0.15 |
IV
IV |
10 มล.
5 มล. |
2 มก./มล. |
|
การเตรียมอุปกรณ์ใส่ท่อหายใจและเครื่องดูดเสมหะ
– เตรียม laryngoscope ขนาดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ทันที คือ ขั้วหลอดไฟติดแน่น ไฟติดสว่าง ด้าม laryngoscope ไม่หลวม
– เตรียม orotracheal tube พร้อม slip joint ผู้ใหญ่ชาย เบอร์ 7.5, 8 ผู้หญิงเบอร์ 7.0, 7.5 หรือ 6.5 สำหรับหญิงตั้งครรภ์
– เตรียม mask ขนาดเบอร์ 3, 4
– เตรียม oropharyngeal airway เบอร์ 3, 5 และ nasopharyngeal airway เบอร์ 7.0, 7.5, 8
– เตรียม Magill’s forceps
– เตรียม stylet ใส่ไว้ในท่อหายใจขนาดเล็ก (เบอร์ 7) ในกรณีฉุกเฉินจากปัญหาการใส่ท่อหายใจลำบาก
– อุปกรณ์อื่น เช่น K-Y jelly, syringe สำหรับ blow cuff, plaster ติดท่อหายใจ
– Stethoscope เพื่อฟังปอด
– Suction catheter เบอร์ 14, 16
การเตรียมเครื่องดูดเสมหะ
จะต้องเตรียมต่อเครื่องดูดเสมหะกับ vacuum pipeline หรือปลั๊กไฟ (แล้วแต่การทำงานของ suction แต่ละชนิด) ต่อสาย suction และ suction catheter ให้พร้อมและทดสอบการทำงานก่อนเริ่มดมยาสลบทุกครั้ง
ลักษณะเฉพาะในการปฏิบัติงานที่ห้องผ่าตัดหน่วยงานต่าง ๆ
- Orthopedic surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 3
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– spinal anesthesia (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– peripheral nerve block (สังเกตการณ์)
– massive blood loss surgery เช่น การผ่าตัด spine หลายระดับ, tumor
– การผ่าตัดแบบ urgency เช่น hip fracture surgery ในผู้ป่วยสูงอายุ
- Cardio vascular thoracic (CVT) surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 4
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดหัวใจ ปอด aorta
– การแทง arterial line, central venous catheter (สังเกตการณ์)
– การแปลผลค่าทางระบบไหลเวียนเลือดต่างๆโดยใช้ invasive monitoring เช่น arterial blood pressure, central venous pressure เป็นต้น
– การทำงานของ heart lung machine
- Pediatric surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 5
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การทำ airway management ในผู้ป่วยเด็ก เช่น mask ventilation, tracheal intubation (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การแทง iv ในผู้ป่วยเด็ก (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การประเมินและเตรียมผู้ป่วยเด็กที่มาเข้ารับการผ่าตัด
– การให้สารน้ำ/เลือด/ส่วนประกอบของเลือดระหว่างผ่าตัดในผู้ป่วยเด็ก
- Eye surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 3
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยสูงอายุ
– การทำ airway management ในผู้ป่วยเด็ก เช่น mask ventilation, tracheal intubation ( +/- มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การแทง iv ในผู้ป่วยเด็ก (+/- มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การประเมินและเตรียมผู้ป่วยเด็กที่มาเข้ารับการผ่าตัด
– การระงับความรู้สึกในผู้ป่วยที่มาผ่าตัดตา
- Neurosurgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 4
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดสมอง, spine
– การแทง arterial line, central venous catheter (สังเกตการณ์)
– การแปลผลค่าทางระบบไหลเวียนเลือดต่างๆโดยใช้ invasive monitoring เช่น arterial blood pressure, central venous pressure เป็นต้น
– การดูแลจัดท่าผู้ป่วยที่ซับซ้อนเพื่อให้ผ่าตัดได้สะดวก
- Trauma surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกอุบัติเหตุชั้น 1
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การดูแลให้การระงับความรู้สึกผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินที่มารับการผ่าตัดด่วน
– การดูแลผู้ป่วยที่มีการเสียเลือดมาก (massive blood loss) อย่างปลอดภัย
- ENT surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 4
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจส่วนบน เช่น mass ในทางเดินหายใจ, thyroid gland ขนาดใหญ่, upper airway obstruction
– การดูแลผู้ป่วยที่มาเข้ารับการเจาะคอแบบฉุกเฉิน
– difficult airway management
- General surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 5
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดในช่องท้อง เช่น colorectal surgery, hepatobiliary surgery
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัด laparoscopic surgery
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัด abdominal aorta ทั้งแบบเปิดช่องท้องและ endovascular surgery รวมถึงการผ่าตัด peripheral vascular surgery เช่น AV fistula, vascular bypass
– spinal anesthesia (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– epidural anesthesia (สังเกตการณ์)
– brachial plexus block และ peripheral nerve block อื่นๆ (สังเกตการณ์)
– การแทง arterial line, central venous catheter (สังเกตการณ์) และการแปลผล
- Obstetric-Gynecology surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกพระศรีชั้น 4, 5
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัด laparoscopic surgery
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดคลอด
– spinal anesthesia (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเองในผู้ป่วยนรีเวช และสังเกตการณ์ในผู้ป่วยผ่าตัดคลอด)
– epidural anesthesia (สังเกตการณ์)
- Plastic surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 4
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัด reconstructive surgery ในตำแหน่งต่างๆ
– spinal anesthesia (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การทำ airway management ในผู้ป่วยเด็ก เช่น mask ventilation, tracheal intubation ( +/- มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การแทง iv ในผู้ป่วยเด็ก (+/- มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– การประเมินและเตรียมผู้ป่วยเด็กที่มาเข้ารับการผ่าตัด
- Uro-surgery
สถานที่ปฏิบัติงาน: ห้องผ่าตัดตึกสยามินทร์ชั้น 5
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ
– การระงับความรู้สึกในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยสูงอายุ
– spinal anesthesia (มีโอกาสได้ทำด้วยตนเอง)
– epidural anesthesia (สังเกตการณ์)
– การดูแลจัดท่าผู้ป่วยที่ซับซ้อนเพื่อให้ผ่าตัดได้สะดวก
- GI-Scope
สถานที่ปฏิบัติงาน: ศุนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารวีกิจ วีรานุวัตน์ ตึก 84 ปี ชั้น 3
โอกาสการเรียนรู้ที่จำเพาะกับหน่วยงาน:
– การประเมินผู้ป่วยก่อนการระงับความรู้สึกอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาสั้นๆ
– การแทง iv
– การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับ sedation ทุก level ตั้งแต่ mild sedation ถึง general anesthesia อย่างปลอดภัย
– การฝึกทักษะในการเปิดทางเดินหายใจด้วยมือและ airway adjunct ต่างๆ
** หน่วยการศึกษาก่อนปริญญางดรับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 สำหรับการ Elective ค่ะ **
ระบบ canvas สำหรับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 รายวิชา ศรวส 541 วิสัญญีวิทยา






