หลักการและเหตุผล
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญและเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของประเทศไทย ปัจจุบันการตายจากโรคหัวใจมีเพิ่มมากขึ้น บางรายเสียชีวิตเฉียบพลัน บางรายกลายเป็นโรคเรื้อรังและมีภาวะแทรกซ้อน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลและรักษาจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในครอบครัว องค์การอนามัยโลกได้ทำนายไว้ว่าในปี พ.ศ. 2573 ประชากรโลกจำนวน 23 ล้านคน จะเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจโดยร้อยละ 85 อยู่ ่ใน ประเทศกำลังพัฒนา17.5 ล้านคนของ ประชากรทั้งโลกในปี 2005 เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ซึ่ง 80% อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและ เป็นประชากรกลุ่มวัยแรงงานประชากรโลกเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจถึง 17 ล้านคน หรือ คิดเป็น 48% ของการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อทั้งหมด สำหรับประเทศไทย ปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดทั้งหมด 58,681 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 7 คน คิดเป็นอัตราตายของโรคหัวใจและหลอดเลือด เท่ากับ 90.34 ต่อแสนประชากร ผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด จำนวน 18,079 คน หรือ เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน คิดเป็นอัตราตายของโรคหัวใจขาดเลือด เท่ากับ 27.83 ต่อแสนประชากร(นิตยา พันธุเวทย์ และ หทัยชนก ไชยวรรณ, 2558) ปัจจุบันมีวิวัฒนาการทั้งทางด้านการตรวจสืบค้นและการรักษาที่ดีขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่บุคคลากรทางการแพทย์ควรมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงเทคโนโลยีใหม่เพื่อนำไปประยุกต์สำหรับผู้ป่วยให้ได้ประโชน์สูงสุด (ธนัญญา บุณยศิรินันท์ และ รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์, 2556) การตรวจเอ็ม.อาร์.ไอ. หัวใจเริ่มตรวจเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อ 18 ปีก่อนและมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆจากจำนวนผู้ป่วยประมาณ 300 รายต่อปี เพิ่มเป็นเกือบ 1800 รายต่อปีในปัจุบัน ซึ่งเป็นการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการให้ยากระตุ้นที่มีการส่งตรวจมากที่สุดในโรงพยาบาลศิริราช (ธนัญญา บุณยศิรินันท์ และ รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์, 2556) นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ได้เริ่มให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ ซี. ที. สแกน ทำให้แพทย์สามารถเห็นภาพต่างๆภายในหัวใจได้ชัดเจนโดยการใช้รังสีเอ็กซ์ ซี ที สแกน เป็นเครื่องมือที่มีความไวและความจำเพาะสูงสามารถใช้ในการตรวจภาวะความผิดปกติของหัวใจได้หลากหลาย เช่น การตรวจความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ การตรวจหาหินปูนของหลอดเลือดหัวใจ การตรวจความผิดปกติของเส้นเลือดแดงใหญ่ รวมถึงใช้ติดตามผลการรักษาภายหลังการทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจ อาทิเช่น หลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน เป็นต้นงานการพยาบาลระบบหัวใจและหลอดเลือด ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การดูแลผู้ป่วยที่มารับการตรวจหัวใจด้วยวิธี Cardiac Imaging for nurses เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถบูรณการความรู้สู่การปฏิบัติ การดูแล การให้คำแนะนำและเตรียมผู้ป่วยรับการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์ของโครงการ
เพื่อพัฒนาศักยภาพพยาบาลวิชาชีพ ให้มีสมรรถนะทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยที่มารับการตรวจหัวใจด้วยเอ็ม.อาร์.ไอ. และ ซี. ที. สแกน เพื่อการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน ตลอดจนประสานความร่วมมือเบื้องต้นในทีมการดูแลได้
ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับ
1. ผู้เข้ารับการอบรม สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการเตรียมผู้ป่วย ให้คำแนะนำ และดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจและวินิจฉัยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วย เอ็ม.อาร์.ไอ. และ ซี. ที. สแกน
2. ผู้เข้ารับการอบรม ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายวิชาชีพด้านการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ