
หลักการและเหตุผล
ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับ "โรคหืด"?
โรคหืด (Asthma) ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลก โดยพบว่าเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งมักเริ่มมีอาการตั้งแต่ 5 ปีแรก สถิติระบุว่าความชุกของโรคในเด็กไทยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 14 และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับทั่วโลก หากควบคุมโรคได้ไม่ดี จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทำให้เด็กต้องขาดเรียน ผู้ปกครองขาดงาน และสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก กุญแจสำคัญคือ "ความรู้" และ "การดูแลแบบองค์รวม"
แม้จะมียารักษาที่ดี แต่หัวใจสำคัญของการรักษาโรคหืดให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ยา แต่คือการที่ผู้ป่วยและครอบครัวมีความรู้ความเข้าใจ (Asthma knowledge) และสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง ปัญหาที่พบบ่อยคือผู้ป่วยจำนวนมากยังพ่นยาไม่ถูกวิธี แต่เมื่อได้รับการสอนและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พบว่าสามารถลดการมาห้องฉุกเฉินและเพิ่มสมรรถภาพปอดได้อย่างชัดเจน
ความสำเร็จของ "ศิริราชโมเดล" สู่การขยายผล
สาขาวิชาโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เล็งเห็นความสำคัญนี้ จึงจัดตั้งทีมดูแลผู้ป่วยโรคหอบหืด (Asthma and Allergy Care Team) ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยทำงานร่วมกันแบบสหสาขาวิชาชีพและพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร ส่งผลให้ตัวชี้วัดอัตราการนอนโรงพยาบาล (Admit) ลดลงอย่างต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ (น้อยกว่า 1.4%)
สานต่อความสำเร็จสู่รุ่นที่ 12
เพื่อให้มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคหืดกระจายไปสู่บุคลากรทางการแพทย์ในวงกว้าง ทางหน่วยงานจึงได้จัด โครงการอบรมเรื่อง "การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืด ในเด็กและวัยรุ่น" สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ รุ่นที่ 12 ขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:
ถ่ายทอดความรู้: ให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง มีความเข้าใจเรื่องโรคหืดและการดูแลรักษาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
พัฒนาทักษะ: เน้นการนำความรู้ไปสอนผู้ป่วยและครอบครัวให้ดูแลตนเองได้ถูกต้อง
สร้างเครือข่าย: ขยายผลรูปแบบการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพจากศิริราชฯ ไปยังองค์กรอื่นๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยเด็กไทยทุกคน
โครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการจัดอบรม 11 รุ่นที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 395 คน นับเป็นโอกาสดีในการร่วมกันพัฒนาศักยภาพเพื่อเอาชนะโรคหืดในเด็กไปด้วยกัน