การพัฒนาเปปไทด์วัคซีน จากโปรตีน BCMA เพื่อป้องกันและรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว multiple myeloma
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมา (Multiple Myeloma) เป็นโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสอง เกิดจากความผิดปกติในการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดพลาสมา (Plasma cell) ในไขกระดูก ทำให้มีการสร้างโปรตีนที่ผิดปกติในเลือด เรียกว่า โมโนโคลนอลหรือเอ็มโปรตีน (Monoclonal หรือ M protein) ในปัจจุบัน โรคมะเร็งชนิดนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด นอกจากนี้ คนไข้โรคมะเร็งชนิดนี้ ยังมีอัตราการดื้อต่อการรักษาและอัตราการกลับมาเป็นโรคซ้ำสูง ชี้ให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นในการพัฒนาวิธีป้องกันและรักษาโรคมะเร็งชนิดนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทีมวิจัยของศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็งศิริราช (Siriraj Center of Research Excellence for Cancer Immunotherapy หรือ SiCORE-CIT) ภายใต้การนำของผู้อำนวยการศูนย์ฯ ศาสตราจารย์ ดร.เพทาย เย็นจิตโสมนัส และรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มุทิตา จุลกิ่ง มีความมุ่งมั่นที่จะวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรม การรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมา ด้วยการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด (cellular immunotherapy) โดยเฉพาะการใช้ที-ลิมโฟซัยต์ชนิดทำลาย หรือซีทีเอล (cytotoxic T-lymphocytes หรือ CTLs) เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งมัลติเพิล มัยอิโลมา ในผลงานวิจัยเรื่อง ‘Identification of HLA-restricted cytotoxic T lymphocyte epitopes of B cell maturation antigen as promising peptide vaccine candidates for preventive and therapeutic strategies in multiple myeloma’ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Therapeutics ฉบับวันที่ 20 พฤศจิกายน 2023 (DOI: 10.1002/adtp.202300208) ทีมวิจัยของศูนย์ฯ ซึ่งมี ดร.วรรณสิริ จิรภาพไพบูลย์ และ ดร.พิริยา เหลืองวัฒนนันท์ เป็นนักวิจัยหลัก ได้สร้างเปปไทด์ (Peptides) จากโปรตีนบีเซลล์เมทูเรชัน แอนติเจน หรือบีซีเอ็มเอ (B-cell maturation antigen หรือ BCMA) ซึ่งเป็นโปรตีนมีการแสดงออกในระดับสูง บนเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมา แต่ไม่พบในเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติ จากผลการศึกษาของทีมวิจัยเพื่อตรวจสอบการแสดงออกของโปรตีนบีซีเอ็มเอ ในชิ้นเนื้อไขกระดูกของผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมาชาวไทยจำนวน 95 ราย พบว่ามีการแสดงออกของโปรตีนดังกล่าวในผู้ป่วยถึง 92 ราย หรือ คิดเป็นร้อยละ 96.80 ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาก่อนหน้าที่รายงานในกลุ่มประชากรอื่น
เปปไทด์ที่สร้างจากโปรตีนบีซีเอ็มเอนี้ สามารถจะถูกนำเสนอด้วยโปรตีนเอชแอลเอ-เอ 11:01 (HLA-A*11:01) ซึ่งเป็นเอชแอลเอชนิดที่พบบ่อยในประชากรไทย โดยพบได้มากถึงร้อยละ 26.06 ทีมวิจัยได้สร้างเปปไทด์จากโปรตีนบีซีเอ็มเอ จำนวน 4 เส้น เมื่อทำการทดสอบด้วยวิธีการทางชีวสารสนเทศศาสตร์ (Bioinformatics) (รูปที่ 1) และได้ทดลองนำเปปไทด์ทั้ง 4 เส้น มากระตุ้นที-ลิมโฟซัยต์ชนิดทำลาย (cytotoxic T-lymphocytes) เพื่อให้ฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมา ด้วยวิธีการทางห้องปฏิบัติการ (laboratory techniques) (รูปที่ 1 และ 2) พบว่าเปปไทด์ทั้ง 4 เส้น สามารถกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวที-ลิมโฟซัยต์ชนิดทำลาย เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมาได้อย่างจำเพาะและมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาเปปไทด์จากโปรตีนบีบีซีเอ็มเอซึ่งถูกนำเสนอด้วยโปรตีนเอชแอลเอ-เอ 11:01 ในระดับห้องปฏิบัติการนี้ เป็นพื้นฐานที่สำคัญและเป็นแนวทางในการพัฒนาเปปไทด์วัคซีน เพื่อป้องกันและรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมาต่อไปในอนาคต



