
สาขาวิชาโรคหัวใจ
Division of Cardiology
บุคลากร
อาจารย์ที่ปรึกษา

รศ. นพ.อภิชาติ นานา

ศ. เกียรติคุณ พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร

ศ. พญ.จารุพิมพ์ สูงสว่าง
อาจารย์

รศ. นพ.ประคัลภ์ จันทร์ทอง
(หัวหน้าสาขาวิชา)

ศ. นพ.กฤติวิกรม ดุรงค์พิศิษฏ์กุล
(อาจารย์แพทย์)

รศ. พญ.ชดชนก วิจารสรณ์
(อาจารย์แพทย์)

รศ. พญ.ปวีณา จึงสมประสงค์
(อาจารย์แพทย์)

อ. พญ.ศุภลัคน์ กาญจนอุทัย
(อาจารย์แพทย์)

อ.พญ.ฐิตา พชรปกรณ์พงศ์
(แพทย์)

อ.พญ.พลอย
ธรรมเศรษฐ์
(แพทย์)

อ.นพ.อรรถพล ศรีวิเชียร
(แพทย์)
| แพทย์ประจำบ้านต่อยอด | จำนวน 4 ท่าน/ปีการศึกษา |
| แพทย์ประจำบ้านสาขาต่อยอดโรคหัวใจเด็ก (intervention cardiac catheterization) ปีที่ 3 | จำนวน 1 ท่าน/ปีการศึกษา |
| เจ้าหน้าที่ | จำนวน 4 ท่าน |
บริการสาขาโรคหัวใจ
สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีคลินิกให้บริการตรวจและรักษา ดังนี้
- คลินิกโรคหัวใจเด็ก (Pediatric Cardiology Clinic)
- คลินิกผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดที่โตเป็นผู้ใหญ่ (Grown Up Congenital Heart Clinic; GUCH clinic)
- งานตรวจสวนหัวใจในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization Laboratory)
- คลินิกลิ้นหัวใจ (Heart Valve Clinic)
- คลินิกตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography Clinic)
- งานตรวจหัวใจด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiovascular CT and MRI)
- งานการตรวจวินิจฉัยทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (EPS & RFA)
- คลินิกเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Pacemaker clinic)
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| คลินิกโรคหัวใจเด็ก | อังคาร 08.00-12.00 น. | OPD ตึกเจ้าฟ้าฯ ชั้น 1 (คลินิก 5) | 02-4195886 |
| คลินิกโรคหัวใจเด็กเป็นคลินิกระดับตติยภูมิที่ให้บริการโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคหัวใจเด็ก ให้การดูแลรักษาเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ทั้งผู้ป่วยของโรงพยาบาลและผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลทั่วประเทศที่มีความซับซ้อนและต้องการการดูแลพิเศษ คลินิกโรคหัวใจเด็กมีบริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG), การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram), การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test) รวมถึงการตรวจคัดกรองและติดตามผู้ป่วยโรคหัวใจเรื้อรัง ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของคลินิกมุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยด้วยความรู้ที่ทันสมัย ผสมผสานกับความเอาใจใส่ในทุกมิติ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ คลินิกยังให้คำปรึกษาและสนับสนุนครอบครัวของผู้ป่วยเพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว | |||
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| คลินิกผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดที่โตเป็นผู้ใหญ่ | จันทร์และพฤหัส 13.00-16.00 น. | ชั้น 4 ตึกศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชชินีนาถ | 02-4196829 |
| คลินิกผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ (Grown-Up Congenital Heart Disease – GUCH) คลินิกผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ (GUCH) เป็นศูนย์เฉพาะทางที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของหัวใจซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดหรือพัฒนาขึ้นในระหว่างการเจริญเติบโตในครรภ์ โดยคลินิกนี้ให้การดูแลครอบคลุมทั้งภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีลักษณะเรียบง่ายไปจนถึงกรณีที่ซับซ้อน และยังช่วยจัดการภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ คลินิก GUCH มีบริการดูแลหลากหลายประเภท ตั้งแต่การจัดการความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และความดันโลหิตสูงในปอด โดยเน้นการตรวจติดตามสุขภาพหัวใจของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจจับปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ทั้งนี้ คลินิกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการประเมินสุขภาพหัวใจ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา (Holter Monitor) การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) และการถ่ายภาพหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) นอกจากนี้ คลินิก GUCH ยังทำงานร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เช่น การถ่ายภาพหัวใจ (Cardiovascular Imaging) การตรวจและรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Electrophysiology) การรักษาด้วยหัตถการทางหัวใจ (Interventional Cardiology) และศัลยกรรมหัวใจ (Cardiac Surgery) เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งบริการสำคัญของคลินิก GUCH คือการดูแลผู้ป่วยหญิงที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิดในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยทั้งของมารดาและทารก ทีมแพทย์และบุคลากรของคลินิก GUCH มีความมุ่งมั่นที่จะให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความใส่ใจและทันสมัยในทุกมิติ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมีสุขภาพที่ดีขึ้นและดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ในระยะยาว | |||
คลินิกหัตถการการสืบค้นและรักษาเฉพาะทาง
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ | จันทร์, พุธ และพฤหัส 09.00-16.00 น. | ชั้น 2 ตึกศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชชินีนาถ | 02-4196020 |
| งานของห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization) ในผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิด ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization) มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิด โดยใช้เทคนิคที่มีความทันสมัยและเป็นการรักษาแบบ minimally invasive ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้นของผู้ป่วย การวินิจฉัยและการรักษา ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจทำการตรวจและรักษาภาวะหัวใจแต่กำเนิดที่หลากหลาย เช่น – การปิดรูรั่วของหัวใจ: เช่น การปิดรูรั่วระหว่างผนังหัวใจห้องบน (Atrial Septal Defect – ASD) และผนังหัวใจห้องล่าง (Ventricular Septal Defect – VSD) – การปิดหลอดเลือดแดงเปิดค้าง (Patent Ductus Arteriosus – PDA) – การเปลี่ยนลิ้นหัวใจปอดผ่านสายสวน (Transcatheter Pulmonic Valve Replacement) – การใส่อุปกรณ์ Clip สำหรับรักษาภาวะลิ้นหัวใจไตรคัสปิดรั่ว (Tricuspid Valve Regurgitation): วิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด โดยช่วยลดอาการและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ในแต่ละปี สาขาวิชาทำการสวนหัวใจเพื่อการรักษาและวินิจฉัย เฉลี่ย 400-500 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดที่มีความซับซ้อนจากทั่วประเทศ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทีมแพทย์ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ โดยเป้าหมายของการทำสวนหัวใจในผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดคือการปรับปรุงคุณภาพชีวิต ลดอาการที่เกิดจากโรค และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการดูแลที่เหมาะสมเฉพาะราย | |||
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| คลินิกลิ้นหัวใจ (Heart Valve Clinic) | อังคาร 13.00-16.00 น. | ชั้น 6 ตึกศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชชินีนาถ | 02-4196040 |
| คลินิกลิ้นหัวใจ (Heart Valve Clinic) สำหรับติดตามผู้ป่วยหลังทำการ Transcatheter Pulmonic Valve Replacement เป็นคลินิกที่มุ่งเน้นให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะปัญหาลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธี Transcatheter Pulmonic Valve Replacement (TPVR) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนลิ้นหัวใจปอดโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดแบบเปิดอก วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีลิ้นหัวใจปอดที่ทำงานไม่ดีหรือเกิดความผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือมีอาการต่าง ๆ เช่น หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการเหนื่อยง่าย การเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยวิธี TPVR เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดเปิดหัวใจ การรักษาด้วย TPVR จะทำโดยการใช้สายสวนผ่านหลอดเลือดเพื่อไปถึงลิ้นหัวใจปอดและฝังลิ้นหัวใจใหม่แทนลิ้นที่เสียหาย วิธีนี้เป็นการรักษาที่มีความแม่นยำและมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่า และมีอัตราความเสี่ยงที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดอก ในคลินิกลิ้นหัวใจนี้ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการติดตามผลการรักษาผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดหลังการทำ TPVR โดยการตรวจสุขภาพหัวใจและการทำงานของลิ้นหัวใจใหม่ ซึ่งรวมถึงการตรวจโดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น Echocardiogram, Cardiovascular MRI, หรือการตรวจโดยใช้ CT scan เพื่อประเมินการทำงานของลิ้นหัวใจและตรวจสอบภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น คลินิกนี้ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังการรักษา เช่น การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการติดตามผลการรักษาต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการดูแลที่มีความเชี่ยวชาญ ทีมแพทย์ในคลินิกลิ้นหัวใจมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังการรักษา | |||
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| คลินิกตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง | จันทร์-ศุกร์ 13.00-16.00 น. | ชั้น 6 ตึกศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชชินีนาถ | 02-4196040 |
| คลินิกตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) สำหรับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ คลินิกตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram Clinic) เป็นหน่วยงานสำคัญในแผนกโรคหัวใจเด็ก ที่มุ่งเน้นการวินิจฉัยและติดตามความผิดปกติของหัวใจในผู้ป่วยเด็ก ทั้งโรคหัวใจแต่กำเนิดและโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง รวมถึงการตรวจผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่ามีปัญหาทางหัวใจ เช่น อาการเหนื่อยง่าย ตัวเขียว หรือเสียงฟู่ในหัวใจ (heart murmur) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง หรือ Echocardiogram เป็นวิธีการตรวจที่ไม่เจ็บปวดและไม่ต้องใช้การผ่าตัด โดยอาศัยคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพหัวใจแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถเห็นโครงสร้างของหัวใจ เช่น ผนังหัวใจ ลิ้นหัวใจ และการไหลเวียนของเลือดในหัวใจได้อย่างชัดเจน การตรวจนี้มีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยโรคหัวใจต่าง ๆ เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ เช่น รูรั่วในผนังหัวใจ (ASD/VSD) ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว รวมถึงการประเมินการทำงานของหัวใจในกรณีที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว หรือการติดตามผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษา เช่น การผ่าตัดหัวใจ ในคลินิก Echocardiogram มีการให้บริการตรวจหลากหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ป่วย เช่น การตรวจ Transthoracic Echocardiogram (TTE) ซึ่งเป็นการตรวจมาตรฐานผ่านผนังทรวงอก การตรวจ Transesophageal Echocardiogram (TEE) ซึ่งให้ภาพหัวใจที่ละเอียดมากขึ้นโดยการสอดหัวตรวจผ่านหลอดอาหาร ทีมแพทย์โรคหัวใจเด็กและเจ้าหน้าที่ของคลินิกได้รับการฝึกอบรมและมีประสบการณ์สูงในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการตรวจวินิจฉัย ทีมงานมีความมุ่งมั่นที่จะให้การดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด ด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว และใส่ใจในรายละเอียด เพื่อนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว คลินิก Echocardiogram จึงไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต | |||
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| คลินิกตรวจหัวใจด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า | จันทร์, พุทธ และพฤหัส 09.00-16.00 น. | ตึก 84 ปี ชั้น 1 | 02-4196827 |
| คลินิกตรวจหัวใจด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลินิกตรวจหัวใจด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (Cardiovascular CT Scan) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardovascular MRI) เป็นศูนย์การแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ผลการตรวจที่แม่นยำและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยทั้งในด้านการประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ในคลินิกนี้มีความเชี่ยวชาญสูงในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคหัวใจในผู้ป่วยทุกช่วงอายุ การตรวจหัวใจด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ Cardiovascular CT Scan เป็นเทคนิคที่ใช้การถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์ความละเอียดสูงร่วมกับการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างภาพสามมิติของหัวใจและหลอดเลือด ภาพที่ได้สามารถแสดงผลความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ เช่น การตีบตันหรือการอุดตันของหลอดเลือดที่สำคัญ รวมถึงการประเมินโครงสร้างของหัวใจ เช่น ผนังหัวใจ ลิ้นหัวใจ และหลอดเลือดขนาดใหญ่ที่สามารถแสดงภาพได้อย่างละเอียด แม้ในกรณีที่มีโรคหรือภาวะผิดปกติที่มีความซับซ้อน ส่วนการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ Cardiovascular MRI ใช้เทคโนโลยีที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุเพื่อสร้างภาพหัวใจที่มีความคมชัดสูง การตรวจนี้เหมาะสมกับการประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและการตรวจสอบเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ เช่น ภาวะพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจ รวมถึงการประเมินโครงสร้างของหัวใจในกรณีที่จำเป็นต้องมีการตรวจละเอียดในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจซับซ้อน คลินิกนี้ให้บริการตรวจวินิจฉัยโดยเฉลี่ยประมาณ 300 รายต่อปี ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิดและผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยเกี่ยวกับโรคหัวใจจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ความเหนื่อยล้า หรือการเจ็บหน้าอก โดยคลินิกเน้นการให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูง ผลการตรวจที่ได้รับจากการทำ Cardiovascular CT และ MRI จึงสามารถช่วยในการวางแผนการรักษาและติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายหลักของคลินิกคือการให้บริการตรวจวินิจฉัยที่สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในการรักษาโรคหัวใจของผู้ป่วย การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในทุกขั้นตอนการตรวจ ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลการตรวจที่ถูกต้องและมีความปลอดภัยสูง คลินิกจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจในระดับประเทศ และมุ่งหวังที่จะให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว | |||
| ชื่อคลินิก | วัน/เวลา | สถานที่ | เบอร์โทรติดต่อ |
|---|---|---|---|
| คลินิกเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Pacemaker clinic) | อังคาร 13.00-16.00 น. | ตึกศูนย์โรคหัวใจชั้น 4 | 02-4196829 |
| การตรวจวินิจฉัยทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (EPS & RFA) | พุธ 09.00-16.00 น. | ตึกศูนย์โรคหัวใจชั้น 2 | 02-4106020 |
| คลินิกเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Pacemaker clinic) การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) ด้วยเครื่องกระตุกไฟฟ้า (Cardioverter Defibrillator หรือ ICD) เป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (ICD) เป็นอุปกรณ์ที่ฝังอยู่ในร่างกายและทำงานโดยตรวจจับการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ตลอดเวลา เมื่อเครื่อง ICD ตรวจพบว่าหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะหรือเต้นในรูปแบบที่อันตราย (เช่น ภาวะ Ventricular Tachycardia หรือ Ventricular Fibrillation) เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านทางไฟฟ้าหัวใจเพื่อหยุดการเต้นผิดจังหวะและทำให้หัวใจกลับมาหยุดเต้นในจังหวะที่เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที โดยกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจะช่วยให้การเต้นของหัวใจกลับสู่จังหวะที่ปกติและมีประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเหมาะสม เครื่อง ICD มีบทบาทสำคัญในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะชนิดรุนแรง (Ventricular Tachycardia หรือ Ventricular Fibrillation) โดยเฉพาะในกรณีที่ยาหรือการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่สามารถควบคุมภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ การติดตั้งเครื่อง ICD โดยทั่วไปจะทำผ่านการผ่าตัดเล็ก ๆ ซึ่งการฝังเครื่องนี้สามารถช่วยป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาวได้อย่างมาก หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจเต้นช้าหรือหยุดเต้นชั่วคราว เช่น Bradycardia หรือ Heart Block การติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือ Pacemaker จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยการติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจนั้นสามารถทำได้ทั้งแบบ Transvenous Pacemaker ซึ่งเป็นการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจผ่านหลอดเลือดดำไปยังหัวใจ หรือการผ่าตัดใส่เครื่องเครื่องกระตุ้นหัวใจ การตรวจวินิจฉัยทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (EPS & RFA) การตรวจวินิจฉัยทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology Study: EP Study) คือการศึกษาการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจ โดยการใช้เครื่องมือพิเศษที่สามารถแทรกผ่านหลอดเลือดเข้าสู่หัวใจเพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าจากภายในหัวใจ การตรวจนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจจับความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ (arrhythmia) และหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้อย่างแม่นยำ ในระหว่างการตรวจ, แพทย์จะใช้สายสวนพิเศษ (catheter) ที่มีอุปกรณ์ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้า ซึ่งจะถูกใส่ผ่านหลอดเลือดและเข้าสู่ห้องหัวใจเพื่อบันทึกข้อมูลจากบริเวณต่าง ๆ ของหัวใจ เพื่อระบุแหล่งที่มาของความผิดปกติและการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ เช่น การเต้นเร็วผิดจังหวะ (tachycardia) หรือการเต้นช้าผิดจังหวะ (bradycardia) การตรวจนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยได้ เช่น การใช้ยาหรือการรักษาด้วยการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Catheter Ablation: RFCA) เพื่อทำลายแหล่งที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือเครื่องกระตุกสัญญาณไฟฟ้าหัวใจ (ICD) เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ การตรวจ EP เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญในการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจ ช่วยให้แพทย์สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้อย่างตรงจุด | |||
งานบริการผู้ป่วยใน
สาขาวิชาโรคหัวใจรับปรึกษาและดูแลผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจในทุกหอผู้ป่วย และมีหอผู้ป่วยเฉพาะโรคหัวใจที่อยู่ในความดูแล 2 หอผู้ป่วย ได้แก่
| ชื่อหอผู้ป่วย | สถานที่ |
|---|---|
| หอผู้ป่วยโรคหัวใจเด็ก (PCICU) | อานันมหิดล 7 |
| หอผู้ป่วยในโรคหัวใจเด็ก (Ward สามัญอานันมหิดล 7) | อานันมหิดล 7 |
| หอผู้ป่วยโรคหัวใจเด็ก (PCICU) หอผู้ป่วยโรคหัวใจเด็ก (PCICU) เป็นหน่วยที่ให้การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจในเด็กที่มีภาวะซับซ้อน หรือที่ต้องการการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยมีการดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการผ่าตัดหรือการรักษาที่มีความซับซ้อน หน่วย PCICU รับผู้ป่วยที่มีทั้งโรคหัวใจแต่กำเนิดและโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลังการเจริญเติบโต ซึ่งต้องการการดูแลที่มีความเชี่ยวชาญและใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ในด้านการ admit ผู้ป่วย หน่วย PCICU รับผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลประมาณ 300 คนต่อปี โดยเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหัวใจที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีความเสี่ยงสูง โดยสามารถดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาทั้งแบบผู้ป่วยในและการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด การผ่าตัดโรคหัวใจในเด็กเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของหน่วย PCICU โดยในแต่ละปีมีการผ่าตัดผู้ป่วยประมาณ 250-300 คน โดยประกอบไปด้วยทั้งกรณีที่ไม่ซับซ้อน (simple cases) และกรณีที่ซับซ้อน (complex cases) ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและวิธีการผ่าตัดที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทีมแพทย์และบุคลากรที่ดูแลในหน่วย PCICU จะให้การดูแลอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ หน่วย PCICU ยังให้การรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือภาวะวิกฤตที่ต้องการการช่วยชีวิต ด้วยการใช้ ECMO (Extracorporeal Membrane Oxygenation) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานของหัวใจและปอดในผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตหรือมีอาการหนักจากการทำงานของหัวใจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะ myocarditis (การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ), postsurgical complications (ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด), หรือในกรณีที่ต้องการ ECPR (Extracorporeal Cardiopulmonary Resuscitation) ซึ่งเป็นการช่วยฟื้นคืนชีพให้กับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นอย่างรุนแรงและต้องการการสนับสนุนการทำงานของหัวใจและปอดในระหว่างการรักษา ECMO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจและปอดโดยการนำเลือดออกจากร่างกายผ่านเครื่อง ECMO ซึ่งจะทำหน้าที่ฟอกเลือดและเติมออกซิเจนก่อนที่จะส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย การใช้ ECMO เป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์วิกฤติ โดยเฉพาะในกรณีที่หัวใจและปอดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยให้ทีมแพทย์สามารถมีเวลาในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ และมีโอกาสในการฟื้นตัวที่สูงขึ้น ทีมแพทย์ในหน่วย PCICU มุ่งมั่นในการให้การดูแลที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการประสานงานระหว่างทีมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นการทำงานในหน่วย PCICU มุ่งหวังที่จะให้การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย พร้อมทั้งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยในระยะยาว โดยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานี้ | |
| หอผู้ป่วยในโรคหัวใจเด็ก (Ward สามัญอานันมหิดล 7) หอผู้ป่วยในโรคหัวใจเด็ก เป็นหน่วยที่ให้การดูแลและรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะโรคหัวใจ ทั้งจากความผิดปกติแต่กำเนิดและภาวะโรคหัวใจที่เกิดขึ้นในภายหลัง โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาหัวใจเด็ก การดูแลในหอผู้ป่วยนี้จะเน้นการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหัวใจที่ซับซ้อน ซึ่งต้องการการรักษาและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง หอผู้ป่วยในโรคหัวใจเด็กมีอัตราการ admit ผู้ป่วยประมาณ 700-1100 คนต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนผู้ป่วยที่สะท้อนถึงความต้องการการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจในเด็กที่สูง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีภาวะที่ต้องการการเฝ้าระวังและการรักษาอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ในด้านโรคหัวใจเด็ก ทีมแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมและฟื้นฟูสภาพร่างกายได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หอผู้ป่วยในโรคหัวใจเด็กยังรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีการที่ซับซ้อน รวมถึงผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤติ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือการเต้นผิดจังหวะที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง การทำงานในหอผู้ป่วยในโรคหัวใจเด็กมุ่งมั่นที่จะให้การรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ |
หลักสูตรฝึกอบรม
หน่วยโรคหัวใจ ได้เปิดการอบรม ปี พ.ศ. 2525 – ปัจจุบัน โดยมีการเปิดอบรม ดังนี้
- แพทย์ประจำบ้านต่อยอดสาขาโรคหัวใจ จำนวน 4 ท่าน/ปีการศึกษา
- แพทย์ประจำบ้านสาขาต่อยอดโรคหัวใจเด็ก (intervention cardiac catheterization) ปีที่ 3 จำนวน 1 ท่าน/ปีการศึกษา


ผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์
หนังสือตำรา
- Common cardiovascular Diseases from Pediatrics to Adults
- Adult congenital heart disease (Transition from pediatric to adult health care)
- โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดวิกฤตในทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก
กิจกรรม
Contact Me
สาขาวิชาโรคหัวใจ (Division of Cardiology)
สำนักงาน
ตึกเจ้าฟ้ามหาจักรี ชั้น 8
HRH. Princess Mahachakri Building, Fl. 8
0-2419-7000 ต่อ 95672
0-2419-5960
