‘ศิริราช-ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ ร่วมจัดโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

โรงพยาบาลศิริราช และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ จัดแถลงข่าวโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ภารกิจผ่าตัดต้อกระจก 93 ดวงตา และเปลี่ยนข้อเข่า – ข้อสะโพกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จำนวน 93 ข้อ ช่วยเหลือผู้สูงอายุด้อยโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ให้สามารถเข้าถึงการรักษาถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช ศ. นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าวโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งแรกของการผนึกกำลังของ 2 ภาควิชาคือ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด และภาควิชาจักษุวิทยา เพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม และโรคต้อกระจก ให้ได้รับโอกาสการรักษาด้วยนวัตกรรมขั้นสูงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ในฐานะประธานโครงการ, รศ. พญ. กนกรัตน์ พรพาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา และประธานร่วมโครงการฯ พร้อมด้วย ศ. ดร. นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, รศ. นพ.นริศ กิจณรงค์ รองหัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา, นพ.นิมิตร ทองพูลสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, นพ.ตะวัน อินทิยนราวุธ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนา-ภิเษก และพญ.มนัสวี จรดล รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เข้าร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ทุกชีวิตของราษฎรมีความหมายใต้ร่มพระบารมี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยปัญหาความทุกข์ยากของราษฎรอย่างใกล้ชิดเสมอมา โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพอนามัยตามพื้นที่ชนบทห่างไกล ทรงตระหนักว่า การมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์จะนำไปสู่สุขภาพจิตที่ดี และสามารถทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ พระองค์จึงได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก ทั้งยังทรงสนับสนุนโครงการด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราชอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยยากไร้ ทรงไม่ทอดทิ้งและรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการดูแลสุขภาพของราษฎร โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุที่ประสบภาวะข้อเสื่อมและต้อกระจก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก จึงสร้างต้นแบบความร่วมมือการบูรณาการความเชี่ยวชาญ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เพื่อระดมสรรพกำลังทั้งด้านนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ทันสมัย เทคโนโลยีเลนส์แก้วตาเทียมชั้นสูง และทีมสหวิชาชีพที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ มามอบโอกาสในการรักษาให้แก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถกลับมาเคลื่อนไหวและมองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง” ศ. นพ. อภิชาติ กล่าว

ด้าน ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ในฐานะประธานโครงการฯ เผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับข้อมูลสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทยซึ่งมีประมาณ 12 ล้านคน และกว่าร้อยละ 70 พบว่ามีปัญหาโรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม ไม่ใช่เพียงปัญหาทางกายภาพ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมาก “รอคอย” และยังเข้าไม่ถึงการรักษา ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯ จึงดำเนินโครงการ 72 ข้อเทียม เทิดพระเกียรติวโรกาส 72 พรรษา ทศมราชา ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า – ข้อสะโพก ให้ผู้ป่วย 72 ข้อเทียม ในปี 2567-2568 และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ในปีนี้เราจึงรวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สานต่อภารกิจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า – ข้อสะโพกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จำนวน 93 ข้อเทียม พร้อมด้วยผ่าตัดต้อกระจก 93 ดวงตา โดยภาควิชาจักษุวิทยา เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาสเข้าถึงการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ศ. นพ.กีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับผมและทีมออร์โธปิดิกส์โครงการนี้ คือการ “มอบโอกาส” ให้กับประชาชนที่กำลังรอคอย และมีความหวังที่จะลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเองและสามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นคง โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมในโครงการนี้ เป็นการผ่าตัดที่จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญจากทีมสหสาขาในการดูแลรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจวินิจฉัย ประสบการณ์ในการผ่าตัด ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย คือ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อรักษาผู้ป่วยข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุด ลดการบาดเจ็บ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้รวดเร็วขึ้น โดยผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติตามที่โครงการฯ ระบุ และผ่านการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะได้รับการผ่าตัดในมาตรฐานการรักษาระดับสากล ที่โรงพยาบาลศิริราช และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ซึ่งมีความพร้อมของหน่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ทั้งทางด้านบุคลากรและเทคโนโลยีการดูแลผู้ป่วย” ศ.นพ.กีรติ ในฐานะประธานโครงการฯ กล่าว

ขณะที่ รศ. พญ.กนกรัตน์ พรพาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา ในฐานะประธานร่วมของโครงการฯ กล่าวว่า จากสถิติโรคทางจักษุพบว่า โรคต้อกระจกยังคงเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการตาบอดและสายตาเลือนรางในผู้สูงอายุไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพทางการเห็นอย่างถาวร ส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจของผู้ป่วยและภาระของครอบครัว ภาควิชาจักษุวิทยา เล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงมีกิจกรรมผ่าตัดต้อกระจกฟรีที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่าน “โครงการผ่าตัดต้อกระจกเฉลิมพระเกียรติฯ” ของศิริราชมูลนิธิ และจัดให้มีโครงการออกหน่วยลงพื้นที่ต่างจังหวัดในพื้นที่มีจักษุแพทย์ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อทำการผ่าตัดต้อกระจกเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม ให้ผู้ป่วยต้อกระจกที่มีระยะเวลารอคอยการผ่าตัดนาน ให้ได้รับการผ่าตัดได้รวดเร็วขึ้น โดยในปี 2569 จะมีการออกหน่วยที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และความพิเศษของปีนี้คือการเข้าร่วม “โครงการ 93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เราได้ระดมทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีเลนส์แก้วตาเทียมที่มีประสิทธิภาพสูง และทีมสหวิชาชีพที่มีความพร้อมสูงสุดในการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด โดยเราไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การรักษาโรค แต่เป้าหมายสำคัญคือการ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยกำหนดวันผ่าตัดใหญ่ร่วมกันในวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวฯ ยังมีการให้ข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงความพร้อมของโครงการฯ ทั้งด้านจักษุวิทยาโดย รศ. นพ.นริศ กิจณรงค์ รวมถึงความพร้อมด้านสถานที่และทีมสหวิชาชีพโดย ศ. ดร. นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, รศ. นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก นอกจากนี้ ยังมีการแสดงสาธิตผ่าตัดเสมือนจริงด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด