ความก้าวหน้าทางโลหิตวิทยา:
จากการวินิจฉัยสู่การรักษาอย่างแม่นยำ

อ.พญ.ธาริณี รุ่งจิรจิตรานนท์
อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ สาขาวิชาโลหิตวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

โรคทางโลหิตวิทยาครอบคลุมตั้งเเต่โรคโลหิตจาง ภาวะเม็ดเลือดเเดงเเตก เลือดออกง่ายหยุดยาก เเละภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ไปจนถึงมะเร็งทางโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เเละมัลติเพิลมัยอิโลมา ซึ่งล้วนเป็นโรคที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยที่เเม่นยำควบคู่กับการรักษาอย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้ สาขาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้พัฒนานวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยเเละการรักษาเเนวใหม่ เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตเเละยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ดังต่อไปนี้

นวัตกรรมการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด (CAR T-cell therapy) ความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็งโรคเลือด

‘CAR T-Cell Therapy’ คือการนำเซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยออกมาดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อเพิ่มความจำเพาะต่อการทำลายเซลล์มะเร็ง ก่อนนำกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วย เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เเม่นยำสูง เเละมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน เเละมัลติเพิลมัยอิโลมา ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา

จากการวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่ไม่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด จำนวน 11 ราย พบว่าผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาด้วย CAR T-cell therapy และมีอัตราการหายขาดจากโรคสูงถึงประมาณร้อยละ 70

ในอดีต การรักษาด้วย CAR T-cell therapy จำเป็นต้องส่งเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยไปดัดเเปลงพันธุกรรมที่ต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราช กำลังดำเนินการสร้างห้องปฏิบัติการเพื่อผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดที่ได้มาตรฐาน GMP ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษา เเละเพิ่มศักยภาพในการผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพเเก่ผู้ป่วยอย่างทั่วถึง

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดเเบบเนื้อเยื่อเข้ากันได้ครึ่งหนึ่ง (Haploidentical transplantation)

การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด จำเป็นต้องตรวจความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อระหว่างผู้บริจาคเเละผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีพี่น้องที่สามารถเป็นผู้บริจาคได้ เเละโอกาสในการหาผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ ร้อยละ 100 จากประชากรทั่วไปมีเพียงประมาณ 1 ใน 10,000 ราย เท่านั้น

ศูนย์โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันโรงพยาบาลศิริราช จึงได้นำการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดเเบบเนื้อเยื่อเข้ากันได้ครึ่งหนึ่ง มาใช้ในการดูเเลรักษาผู้ป่วยมากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการหาผู้บริจาค เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาระบบโรงพยาบาลเครือข่ายจำนวน 17 เเห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาล โดยในอนาคตมุ่งหวังให้โรงพยาบาลเครือข่ายสามารถเปิดหอผู้ป่วยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด เเละให้ดูเเลผู้ป่วยหลังการปลูกถ่ายได้ด้วยตนเอง นำไปสู่การยกระดับการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงในระดับประเทศ

การตรวจหาการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมด้วย Next-generation sequencing (NGS)

เป็นการตรวจวินิจฉัยอย่างครบวงจร เพื่อหาพันธุกรรมกลายพันธุ์ของมะเร็งโรคเลือด โรคเกี่ยวกับเกล็ดเลือด การเเข็งตัวของเลือด เเละเม็ดเลือดเเดงได้อย่างเเม่นยำ เพื่อการรักษาเเบบจำเพาะบุคคล เเละสามารถใช้ตรวจติดตามค่าเซลล์มะเร็งภายหลังการรักษา (minimal residual disease) ให้บริการตรวจ NGS มากกว่า 1,500 รายต่อปี จากโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมาจากการตรวจในโรงพยาบาลศิริราชร้อยละ 70 เเละส่งมาจากโรงพยาบาลอื่นร้อยละ 30

สรุป

การรักษาผู้ป่วยโรคเลือดในปัจจุบัน มุ่งเน้นการดูเเลเเบบครบวงจรโดยบูรณาการองค์ความรู้ตั้งเเต่การตรวจวินิจฉัยที่เเม่นยำ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมการรักษาเเนวใหม่ ความก้าวหน้าเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยเท่านั้น หากยังเป็นการมอบความหวัง โอกาส เเละคุณภาพชีวิตที่ดีเเก่ผู้ป่วยโรคเลือดอย่างยั่งยืน

ขั้นตอนการรักษาด้วย CAR T- cell therapy

ภาพประกอบ โดยพญ.กมลชนก กุลชุติสิน ศิษย์เก่าศิริราช รุ่น 128