ถอดรหัสพันธุกรรม:
เจาะลึกความเสี่ยง “โรคนิ่วไต” ที่มากับสายเลือด
ผศ. ดร.นัญวรรณ รุ่งโรจน์
ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
ดร.อรนุช ประดิษฐ์ทรัพย์
ศูนย์การแพทย์แม่นยำ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
โรคนิ่วไต (Kidney Stone Disease) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของการดื่มน้ำน้อยหรือกินอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม ชะอม กาแฟ เท่านั้น แต่ “พันธุกรรม” อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ซ่อนอยู่ ในประเทศไทยโรคนิ่วไตมีความชุกสูงถึง 85 รายต่อประชากร 100,000 คน และที่น่าสนใจคือ กว่า 40% ของผู้ป่วยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถิตินี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า นอกจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว “อิทธิพลทางพันธุกรรม” มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ถอดรหัสลับพันธุกรรม: สาเหตุนิ่วในไตในครอบครัวไทย
จากการศึกษาพบว่า หากคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่วไต สมาชิกคนอื่นๆ จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.18 เท่า เมื่อเทียบกับครอบครัวที่ไม่เคยมีประวัติโรคนี้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการค้นพบยีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วไตในคนไทยแล้ว เช่น การกลายพันธุ์ในยีน F2 ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วไตในเพศหญิง การกลายพันธุ์ในยีน SCN10A และ PBK ที่ถ่ายทอดในครอบครัวที่เป็นโรคนิ่วไต อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายครอบครัวที่สาเหตุที่แท้จริงในระดับยีนยังคงเป็นปริศนา ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญทั้งความเจ็บปวด ค่ารักษาพยาบาล และความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำ
ถอดรหัสยีนจาก “ครอบครัวต้นแบบ”: การค้นพบยีน HSPG2
ทีมนักวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย ผศ. ดร.นัญวรรณ รุ่งโรจน์ (หัวหน้าโครงการวิจัย) และ ดร.อรนุช ประดิษฐ์ทรัพย์ ได้ทำการศึกษาเชิงลึกในครอบครัวหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีสมาชิกเป็นโรคนิ่วไตถึง 4 ราย ต่อเนื่องกัน 2 รุ่น ผู้ป่วยเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุยังน้อย (บางรายเริ่มเป็นตั้งแต่อายุ 19 ปี) โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปัสสาวะลำบากหรือมีเลือดปน (hematuria) ปวดหลังหรือปวดท้องน้อยด้านล่าง เคยมีนิ่วหลุดออกมากับปัสสาวะ จากการตรวจทางรังสีพบว่าเป็น “นิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต” ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุด
ผลการวิเคราะห์โดยใช้เทคโนโลยีการหาลำดับเบสของจีโนมส่วนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีน (Whole Exome Sequencing หรือ WES) เพื่อค้นหายีนที่ผิดปกติในร่างกาย พบการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมมากกว่า 57,000 ตำแหน่ง แต่หลังจากผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเข้มงวดและการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีสุขภาพดี 180 คน ทีมนักวิจัย พบว่ามีเพียงยีนเดียวที่โดดเด่นและเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือ ยีน HSPG2 ที่ตำแหน่งจำเพาะ (p.Asp775Glu) ซึ่งการกลายพันธุ์นี้พบเฉพาะในสมาชิกที่เป็นโรคนิ่วไตเท่านั้น และไม่พบเลยในกลุ่มควบคุม
ยีน HSPG2 กับการเกิดโรคนิ่วไต
ยีน HSPG2 ทำหน้าที่สร้างโปรตีน “เพอร์เลแคน” (Perlecan) ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานของร่างกาย พบได้ตามเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและผนังหลอดเลือด เมื่อตรวจเนื้อเยื่อไต พบว่าโปรตีนเพอร์เลแคนนี้ปรากฏอยู่มากที่สุดบริเวณ “ท่อไตส่วนต้น” (proximal tubules) ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการกรองของเสียและควบคุมสมดุลสารต่างๆ ในไต จึงเป็นไปได้ว่าความผิดปกติในยีนนี้อาจส่งผลกับการเกิดโรคนิ่วไต
นอกจากนี้ เมื่อนำการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งจำเพาะ (p.Asp775Glu) ไปวิเคราะห์ความแม่นยำทางโครงสร้างด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์พบว่า การกลายพันธุ์นี้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง โดยทำให้ “พันธะไฮโดรเจน” ในโปรตีนหายไป 2 จุด ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างของโปรตีนเพอร์เลแคนผิดรูปร่างและอาจทำให้ขาดความเสถียรในการแสดงออกและการทำงานของโปรตีนได้
จากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่า แม้ยีน HSPG2 จะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคในระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ เช่น โรค Schwartz-Jampel syndrome (SJS) และโรค dyssegmental dysplasia, Silverman Handmaker type (DDSH) โดยพบว่ามีผู้ป่วยโรค SJS รายหนึ่งมีนิ่วไตตั้งแต่เด็ก แต่ก็พบว่ายีน HSPG2 ยังเป็นสาเหตุของความผิดปกติที่ไตด้วยเช่นกัน เช่น โรค diabetic nephropathy (DN) และ โรค Balkan endemic nephropathy (BEN) ที่น่าสนใจคือ มีการรายงานความเกี่ยวข้องของยีนนี้กับการเกิดนิ่วไตในประชากรตุรกีและอินเดีย ซึ่งช่วยสนับสนุนการค้นพบความผิดปกติของยีนในครอบครัวไทยครั้งนี้
ความสำคัญของการค้นพบยีน HSPG2: ก้าวต่อไปของการรักษาและการป้องกันเฉพาะบุคคล
การค้นพบยีน HSPG2 ในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานทางพันธุกรรมครั้งแรกในครอบครัวไทยที่เชื่อมโยงยีนนี้เข้ากับโรคนิ่วไต ความรู้นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่เป็นก้าวสำคัญสู่ “การแพทย์แม่นยำ” (Precision Medicine) ในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้แพทย์และนักวิจัยสามารถคัดกรองความเสี่ยงในสมาชิกครอบครัวที่มีประวัติโรคนิ่วไต ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากพบความผิดปกติที่ยีนนี้ แพทย์สามารถให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมและเข้มงวดกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ หากเข้าใจกลไกที่โปรตีนเพอร์เลแคนทำงานผิดปกติและนำไปสู่การเกิดนิ่วในไตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ก็จะช่วยปูทางไปสู่การพัฒนายาหรือวิธีการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต
สรุป
แม้โรคนิ่วในไตจะเป็นโรคที่ซับซ้อนและเกิดจากหลายปัจจัย แต่การค้นพบยีน HSPG2 ช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุของโรคนี้ได้ดีขึ้น และอาจนำไปสู่การป้องกัน การวินิจฉัย และการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบโรคนี้บ่อย
ข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัย :
Whole exome sequencing reveals heparan sulfate proteoglycan 2 (HSPG2) as a potential causative gene for kidney stone disease in a Thai family (Urolithiasis, 2025)
คณะผู้วิจัย :
ผศ. ดร.นัญวรรณ รุ่งโรจน์ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ดร.อรนุช ประดิษฐ์ทรัพย์
ศูนย์การแพทย์แม่นยำ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล



