Basivertebral Nerve Ablation (BVNA) :
ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรัง จากภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม
รศ.นพ.นันตสรณ์ สิญจน์บุณยะกุล
หน่วยระงับปวด ภาควิชาวิสัญญีวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก โดยมีสถิติระบุว่าประชากรทั่วโลกกว่า 80% เคยเผชิญกับปัญหานี้ และมีผู้ป่วยกว่า 560 ล้านคนที่ต้องอยู่กับอาการปวดแบบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต สภาวะจิตใจ และความสามารถในการทำงาน
แม้โดยปกติ อาการปวดหลังส่วนใหญ่มักดีขึ้นได้ด้วยการรักษาเบื้องต้น เช่น การพัก การรับประทานยาแก้ปวด หรือการทำกายภาพบำบัด แต่ยังมีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่อาการปวดไม่หายแต่ก็ยังไม่มีข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดด้วย ทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ใน “ช่องว่างของการรักษา” ที่ต้องทนกับความเจ็บปวดต่อเนื่องโดยไม่มีทางออกที่ตรงจุด
นวัตกรรม BVNA สำหรับภาวะ Vertebrogenic Pain
หัตถการ Basivertebral Nerve Ablation (BVNA) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยที่ปวดหลังจากการเสื่อมของเนื้อกระดูกสันหลัง (Vertebrogenic Pain) โดยเป็นหัตถการแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive) ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงเข้าไปจี้ทำลายเส้นประสาทภายในเนื้อกระดูก
สันหลังเพื่อตัดวงจรการส่งสัญญาณความเจ็บปวด
• ความปลอดภัย: หัตถการนี้มีความเสี่ยงต่ำ โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ แต่อาจมีการให้ยาเพื่อลดความกังวลและระงับปวดขณะทำ หลังทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที ผลข้างเคียงที่อาจพบได้บ้าง คืออาการร้าวลงขาชั่วคราว (ประมาณ 10%) ซึ่งมักหายได้เอง
• ข้อบ่งชี้: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ปวดหลังเรื้อรังนานกว่า 6 เดือน และมีลักษณะความเปลี่ยนแปลงของกระดูกที่ตรวจพบจาก MRI ในระดับ L3-S1 (Modic Changes Type 1-2) แต่หัตถการนี้จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังยุบตัวหรือกระดูกพรุนรุนแรง\
หลักฐานเชิงประจักษ์ ในสหรัฐอเมริกา หัตถการนี้ได้รับการยอมรับให้เบิกจ่ายได้ เนื่องจากมีการศึกษาที่ยืนยันว่ามีความคุ้มค่า มากกว่าการรักษาด้วยยาและกายภาพในระยะยาว โดยพบว่าการทำเพียงครั้งเดียว ช่วยให้ผู้ป่วยประมาณ 70% มีอาการดีขึ้นต่อเนื่องนานอย่างน้อย 5-6 ปี
ก้าวสำคัญของประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ทีมคลินิกระงับปวด โรงพยาบาลศิริราช ภายใต้ความร่วมมือกับ Seoul National University นำโดย Dr. Jee Youn Moon ประสบความสำเร็จในการสอนแสดงและทำหัตถการ BVNA เป็น 2 รายแรกของประเทศ ซึ่งต่อมาได้มีการขยายผลการรักษาเพิ่มเติมทั้งที่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ รวมเป็น 4 รายในปัจจุบัน โดยจากการติดตามผลผู้ป่วยทั้ง 4 ราย ผู้ป่วยรายงานว่า อาการปวดลดลงมากกว่า 50% จนถึง 100% สามารถลดการใช้ยาแก้ปวดลงได้ และกลับไปทำกิจวัตรประจำวันโดยปราศจากอาการปวดได้ดีขึ้น และไม่พบภาวะแทรกซ้อนใดๆ จากการรักษา
ความสำเร็จนี้ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มแรกๆ ของเอเชีย เช่นเดียวกับเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย แม้ปัจจุบัน BVNA จะยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิสวัสดิการ แต่ถือเป็นนวัตกรรมความหวังที่ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรังในประเทศไทยให้เท่าเทียมระดับสากล
รูปที่ 1 : Modic type1 change (ในT1 sequence) ที่ end plate ของ กระดูก L3 และ L4
รูปที่ 2: ภาพ fluoroscopic view ของ BVNA ที่ L3
รูปที่ 3 : ภาพขณะทำหัตถการกับ Dr JY Moon และทีมคลินิกระงับปวดศิริราช





