Siriraj Thyroid and Parathyroid Clinic

ผศ. นพ.ปรัชญา มณีประสพโชค
สาขาวิชาโรคกล่องเสียง หลอดลม ศีรษะและคอ
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

ผศ. พญ.ปวีณา พิทักษ์สุรชัย
สาขาวิชาโรคกล่องเสียง หลอดลม ศีรษะและคอ
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

ก้าวแรกของการพัฒนาการดูแลโรคไทรอยด์และพาราไทรอยด์แบบครบวงจร

โรคของต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน
จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีพยากรณ์โรคที่ดี แต่แนวทางการดูแลรักษาในปัจจุบันมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านการวินิจฉัย การเลือกแนวทางรักษา และการติดตามระยะยาว

สาขาวิชาโรคกล่องเสียง หลอดลม ศีรษะและคอ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงเริ่มพัฒนา “Siriraj Thyroid and Parathyroid Clinic” เพื่อวางรากฐานของระบบการดูแลผู้ป่วยโรคไทรอยด์และพาราไทรอยด์แบบเฉพาะทาง ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนรักษา การผ่าตัด การติดตามผล ไปจนถึงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

การดูแลแบบเฉพาะราย (Personalized Care)

แนวทางการรักษาโรคไทรอยด์ในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยแบบเฉพาะราย (Personalized Care)
เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีลักษณะของโรค ระดับความเสี่ยง และเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกัน ผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะสมกับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์เพียงบางส่วน ขณะที่บางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทั้งหมด ร่วมกับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ และอาจต้องพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม เช่น การกลืนน้ำแร่รังสี (Radioactive Iodine Therapy) หรือการรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) คลินิกจึงมุ่งเน้นการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาศัยข้อมูลทางคลินิก ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาพถ่ายทางรังสี รวมถึงการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วย เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการรักษา ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัด

เทคโนโลยีทางการแพทย์มีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มความปลอดภัยของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์ ปัจจุบันมีการนำเครื่องตรวจติดตามการทำงานของเส้นประสาทระหว่างผ่าตัด (Intraoperative Nerve Monitoring; IONM) มาใช้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทสายเสียง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่อาจส่งผลต่อการพูดและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ยังมีการผ่าตัดไทรอยด์ในรูปแบบใหม่ ได้แก่ การผ่าตัดแบบส่องกล้องผ่านช่องปาก (Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach; TOETVA) ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงแผลผ่าตัดบริเวณลำคอ และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตหลังผ่าตัดในด้านความสวยงามและความมั่นใจของผู้ป่วย รวมถึงการรักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์ด้วยวิธีจี้ความร้อน (Thermal Ablation) ในด้านงานวิจัย ยังมีการศึกษาการใช้เทคโนโลยี Near-Infrared Autofluorescence (NIRAF) เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของต่อมพาราไทรอยด์ระหว่างการผ่าตัด ซึ่งอาจช่วยลดอัตราการเกิดภาวะแคลเซียมต่ำหลังผ่าตัด รวมถึงการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและความผิดปกติของยีน เพื่อช่วยในการวินิจฉัย การประเมินความเสี่ยง และการพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์

“Thyroid Cancer 2-in-1” ลดขั้นตอน เพิ่มความต่อเนื่องในการรักษา

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของคลินิก คือ โครงการ “Thyroid Cancer 2-in-1” ซึ่งเป็นการประสานการดูแลผู้ป่วยร่วมกันระหว่างคลินิกไทรอยด์และทีมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ภายในวันเดียวกัน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่อยู่ในระยะติดตามหลังการรักษา แนวทางดังกล่าวช่วยลดภาระการเดินทาง ลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความต่อเนื่องของการดูแลรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการประเมินและวางแผนรักษาอย่างครบถ้วน ภายใต้แนวคิดการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

การดูแลแบบทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team)

คลินิกให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team; MDT) โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหลายภาควิชา ได้แก่ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ สาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ภาควิชารังสีวิทยา และภาควิชาพยาธิวิทยา เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาในผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูง แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความเหมาะสมของแผนการรักษา ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการดูแล และสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

สรุป

แม้ว่า Siriraj Thyroid and Parathyroid Clinic จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนา แต่มีเป้าหมายสำคัญในการวางรากฐานของระบบการดูแลผู้ป่วยโรคไทรอยด์และพาราไทรอยด์แบบครบวงจร ที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ในอนาคต คลินิกยังมุ่งหวังที่จะต่อยอดสู่การพัฒนางานวิชาการ งานวิจัย และความร่วมมือระหว่างสหสาขาวิชาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคไทรอยด์และพาราไทรอยด์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลต่อไป