Ultrasound Evaluation of Parasternal Intercostal, Diaphragm Activity, and Their Ratio in Male Patients with Chronic Obstructive Pulmonary Disease
ผศ.ดร.พญ.พลอยเพลิน พิกุลสด
ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอีลอยด์เป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรง จำเป็นต้องใช้การรักษาด้วย
ยาเคมีบำบัดขนาดสูง ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อราสาย ในกลุ่มแอสเปอจิลัส ชนิดลุกลาม ซึ่งมีความรุนแรงถึงชีวิต ในปัจจุบัน การใช้ยาป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อราในระหว่างการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วยยาเคมีบำบัด ถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานที่ทั่วโลกรวมถึงสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยแนะนำ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยไทยกลับไม่ได้รับยาป้องกันการติดเชื้อราที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นยาที่จัดว่ามีราคาแพงและไม่ได้ครอบคลุมอยู่ในสิทธิ์การรักษา
ทีมผู้วิจัยจึงได้รวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาโรคในส่วนของโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายส่วนตัวผู้ป่วยที่ต้องใช้ในการมาติดตามการรักษา อัตราการรอดชีพที่เกิดขึ้นจริงของผู้ป่วยโรคนี้ในผู้ป่วยอายุรศาสตร์ รพ.ศิริราช รวมถึงสัมภาษณ์เก็บข้อมูลคุณภาพชีวิต โดยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อรา และกลุ่มที่ไม่มีการติดเชื้อราในระหว่างการรักษา แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ ร่วมกับข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาชนิดต่าง ๆ ในการป้องกันการติดเชื้อรา ราคายา มาสร้างเป็นแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อประเมินความคุ้มทุนของภาครัฐจากค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นถ้าให้ยาป้องกันการติดเชื้อราในขณะรักษาโรคด้วยยาสี่ชนิด คือ ยาไอทราโคนาโซลแบบเม็ดและน้ำ ยาวอริโคนาโซลและยาโพซาโคนาโซล เทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาป้องกัน
ผู้วิจัยพบว่า ในแง่การป้องกันการติดเชื้อราทุกประเภท การใช้ยาป้องกันการติดเชื้อราทั้งสี่ชนิด น่าจะลดค่าใช้จ่ายของการรักษาโรคโดยรวม เมื่อเทียบกับการรักษาโรคแบบไม่ให้ยาป้องกันการติดเชื้อ โดยยาทุกชนิด ยกเว้น ไอทราโคนาโวลชนิดเม็ด อาจทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า เพิ่มอายุขัยของผู้ป่วยและเวลาที่ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เกือบสามเดือน เมื่อเทียบกับการรักษาโรคโดยไม่ใช้ยาป้องกัน ส่วนในแง่การป้องกันการติดเชื้อราสาย ชนิดแอสเปอจิลัส ยาทั้งสามชนิด ยกเว้น ไอทราโคนาโซลชนิดเม็ด มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยใช้เกณฑ์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว ที่ภาครัฐยินดีจ่าย แต่มีเพียงยาโพซาโคนาซอลชนิดเดียวเท่านั้น ที่นอกจากจะมีประสิทธิภาพที่ดีแล้วยังอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาโรคโดยรวมได้ ถึงประมาณ 30,000 บาท โดยปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดต่อการวิเคราะห์ข้อมูลความคุ้มทุนนี้ คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการนอนโรงพยาบาลเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อรา และประสิทธิภาพของยาในการป้องกันเชื้อรา
โดยสรุป จากการวิเคราะห์โมเดลทางเศรษฐศาสตร์ หักล้างมุมมองเดิมที่มีต่อการให้ยาป้องกันการติดเชื้อราว่ามีราคาแพงและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ในทางตรงกันข้าม การลงทุนใช้ยาป้องกันการติดเชื้อราที่มีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มอายุขัยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งอาจนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคโดยรวม แม้แต่ในบริบทของประเทศที่มีรายได้ปานกลางอย่างประเทศไทย โดยยาที่น่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยรวมได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ของการป้องกันการติดเชื้อรา ทั้งราทุกชนิดและราสายชนิดแอสเปอจิลัส คือ ยาโพซาโคนาโซล คุ้มทุนรองลงมาคือยาวอริโคนาโวลและไอทราโคนาโซลชนิดน้ำ
ทางทีมผู้วิจัยหวังว่าข้อมูลนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงเชิงนโยบายสาธารณสุขของภาครัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอีลอยด์ และลดภาระทางเศรษฐกิจของประเทศ


