การนำกระดูกที่ได้รับบริจาคไปใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยทางออร์โธปิดิกส์
ผศ. พญ. จันทนรัศม์ จันทนยิ่งยง
หน่วยเนื้องอกทางออร์โธปิดิกส์
ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ และกายภาพบำบัด
การใช้กระดูกแอลโลกราฟต์ (allograft) ในการผ่าตัดทางออร์โธปิดิกส์เป็นวิธีที่สำคัญและแพร่หลายสำหรับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อกระดูกที่สูญเสียไป หรือในการแก้ไขภาวะกระดูกผิดรูป กระดูกแอลโลกราฟต์หมายถึงการปลูกถ่ายกระดูกจากผู้บริจาคที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมกับผู้รับปลูกถ่าย การประยุกต์ใช้ในทางคลินิกนี้มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายด้านตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
1. การฟื้นฟูกระดูกที่สูญเสีย: การใช้กระดูกแอลโลกราฟต์เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการทดแทนกระดูกที่สูญเสียไปจากอุบัติเหตุ การติดเชื้อ หรือการผ่าตัดเนื้องอกกระดูก โดยเฉพาะในกรณีที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการรักษาแบบทั่วไป การปลูกถ่ายกระดูกแอลโลกราฟต์ชนิด Fresh frozen (ภาพที่ 1) หรือชนิด chip allograft (ภาพที่ 2) ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกใหม่เจริญเติบโต และช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย
2. การแก้ไขภาวะกระดูกผิดรูป: ในกรณีที่มีกระดูกผิดรูปหรือเสียรูป กระดูกแอลโลกราฟต์สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในการจัดรูปกระดูกใหม่ เช่น ในการรักษาภาวะกระดูกคดงอหรือกระดูกสันหลังผิดรูป กระดูกแอลโลกราฟต์จะช่วยเสริมความแข็งแรงและความมั่นคงให้กับโครงสร้างกระดูกที่ถูกแก้ไข
3. การเสริมการเชื่อมต่อของกระดูก: ในกรณีที่มีการใส่โลหะหรือแผ่นดามกระดูก หรือใส่เฝือกเพื่อรักษากระดูกหัก แต่เมื่อรอเวลาอันเหมาะสมแล้ว กระดูกยังไม่ติดตามธรรมชาติ (nonunion) กระดูกแอลโลกราฟต์สามารถนำมาใช้เพื่อปลูกกระดูกเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างกระดูกที่หัก ทำให้เกิดการยึดติดที่แข็งแรงมากขึ้น และทำให้กระดูกติดได้ดีขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยความแข็งแรงของอุปกรณ์เหล็กที่ใส่ (mechanical stability) และปัจจัยทางชีววิทยา (biology of bone healing)
การปลูกถ่ายกระดูกแอลโลกราฟต์เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับในกรณีที่ไม่สามารถใช้กระดูกของตนเอง หรือออโตกราฟต์ (autograft) มาปลูกได้ เนื่องจากไม่มีปริมาณกระดูกที่เพียงพอหรือการปลูกถ่ายกระดูกจากตัวผู้ป่วยเองอาจทำให้เกิดแผล และความเจ็บปวดที่เชิงกราน จากการขุดกระดูกที่เชิงกรานไปปลูก กระดูกแอลโลกราฟต์เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและช่วยลดความเจ็บปวด หรือเดินลำบากในระยะแรกของผู้ป่วย
แม้ว่ากระดูกแอลโลกราฟต์จะมีประโยชน์มากมาย แต่การใช้ยังคงต้องพิจารณาด้านความปลอดภัย รวมถึงการป้องกันการแพร่กระจายของโรค และการลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การปลูกถ่ายกระดูกแอลโลกราฟต์ยังต้องอาศัยกระบวนการตรวจสอบและเตรียมการอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่ากระดูกแอลโลกราฟต์ที่ใช้มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วยภาพที่ 1 มะเร็งกระดูก ชนิด osteosarcoma ที่ขาขวาในผู้ป่วยหญิง อายุ 13 ปี ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดนำกระดูกออก และใช้กระดูกที่รับบริจาคมา (Fresh frozen allograft) ใส่ทดแทน กระดูกติดดี และใช้ได้ดีใน 5 ปีแรก ต่อมากระดูกมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอจึงมีการสลายไป ได้ทำการเปลี่ยนข้อเทียม และผู้ป่วยเดินได้ดี จนในขณะนี้ผ่านไป 16 ปี ยังใช้งานได้ปกติดี
ภาพที่ 2 เนื้องอกกระดูกชนิด Giant cell (giant cell tumor of bone) ของกระดูกเข่าซ้าย ภายหลังการผ่าตัดเนื้องอกออกไปแล้ว ใช้กระดูก chip allograft ที่ผ่านการชะล้างเม็ดเลือด และทำให้แห้งเรียบร้อยแล้วมาปลูกกระดูก ทำให้กระดูกเต็มกลับคืนมา และเดินลงน้ำหนักได้ดี



