ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้าศึกษาดูงาน ณ เมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 โดยคณะศึกษาดูงาน นำโดย ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ. นพ.ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดีคนที่ 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช, ศ. คลินิก นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ที่ปรึกษาศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ศ. นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ประธานศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช และคณะ
การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้แนวทางการรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการพัฒนากำลังคนสำหรับการดูแลระยะยาว การสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนางานบริการรักษาพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะกับสังคมผู้สูงอายุ ในขณะเดียวกันก็มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความสัมพันธ์ในด้านวิชาการและงานวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิวชู ศูนย์วิจัยและศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยคิวชู
Highlight ของการเดินทางครั้งนี้ คือ การได้พบกันแบบ Dean to Dean ระหว่าง ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กับ Professor Sudo Nobuyuki คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิวชู เพื่อหารือเรื่องแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในการทำงานร่วมกันในอนาคต ได้พบกับ Ms.Yasuko Arase รองนายกเทศมนตรีเมืองฟูกูโอกะ เพื่อรับฟังความเป็นมาของโครงการต้นแบบ Fukuoka 100 และยังได้พบกับท่านโกศล สถิตธรรมจิตร กงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ
ตลอดระยะเวลาการศึกษาดูงาน ณ เมืองฟูกูโอกะ นี้ คณะผู้ศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายที่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิวชู และได้เยี่ยมเยียน Main campus ของ มหาวิทยาลัยคิวชู โรงพยาบาลฟูกูโอกะ มิรัย วิทยาลัยด้านการพัฒนาอาชีพสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เอโสะ วิทยาลัยนวัตกรรมเอโสะ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ห้างสรรพสินค้าสวัสดิการสำหรับประชาชน ฟูกูฟูกู นวัตกรรมบ้านพักผู้สูงอายุมานะเฮ้าส์ เทศบางเมืองฟูกูโอกะ โครงการฟูกูโอกะ 100 ศูนย์สวัสดิการสังคมลาพาส และ ศูนย์ป้องกันสาธารณภัยเมืองฟูกูโอกะ
บทเรียนจากเมืองฟูกูโอกะ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพจำเป็นต้องอาศัยการออกแบบ “ระบบนิเวศ” ที่เชื่อมโยงภาคสาธารณสุข การศึกษา ชุมชน เมือง และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างสอดประสาน มิใช่อาศัยเฉพาะบริการทางการแพทย์เพียงมิติเดียว
สำหรับประเทศไทย บทเรียนดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขและระบบดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว โดยสามารถต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ ทั้งเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และพลังของชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุข หากได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐานบริการ และการออกแบบระบบสนับสนุนที่เหมาะสม ย่อมจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย และสร้างสังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ เป็นมิตร และยั่งยืนยิ่งขึ้น
และสำหรับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิวชู นับเป็นจุดเริ่มต้นในการการขยายความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยในองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุ เพิ่มเติมจากสาขาวิชาอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นอยู่แล้ว