ยา NSAIDs สำหรับบรรเทาอาการปวดและอักเสบ

ปวดระดับไหน?

อาการปวดสามารถแบ่งได้เป็น

  • ปวดเล็กน้อย
  • ปวดปานกลาง
  • ปวดมาก
  • ปวดมากที่สุด

หากมีอาการปวด ควรเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของอาการ และอยู่ภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์


NSAIDs คืออะไร?

NSAIDs (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs) คือ ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ใช้สำหรับ

  • ลดไข้
  • ลดการอักเสบ
  • บรรเทาอาการปวด

ยาในกลุ่มนี้ควรใช้ ในระยะสั้น เท่าที่จำเป็น และควรรับประทาน หลังอาหารทันทีหรือพร้อมอาหาร โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร


ยาในกลุ่ม NSAIDs ที่ใช้บ่อย

  • Ibuprofen (ไอบูโพรเฟน)
  • Mefenamic acid (เมเฟนามิก แอซิด)
  • Diclofenac (ไดโคลฟีแนค)
  • Celecoxib (เซเลโคซิบ)
  • Etoricoxib (อีทอริคอกซิบ)
  • Parecoxib (พารีโคซิบ)
  • Ketorolac (คีโตโรแลค)

ยากลุ่มนี้มักใช้บรรเทาอาการ เช่น

  • ปวดประจำเดือน
  • ปวดข้อ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดฟัน

ยานี้ใช่ NSAIDs หรือไม่?

Ibuprofen  ✅ ใช่ เป็นยาแก้อักเสบ ใช้ลดปวด ลดไข้ และลดการอักเสบ แต่หากใช้ต่อเนื่องอาจมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไต

Paracetamol ❌ ไม่ใช่ เป็นยาลดไข้และบรรเทาอาการปวด แต่ ไม่จัดเป็นยาในกลุ่ม NSAIDs

Ampicillin ❌ ไม่ใช่ เป็นยาปฏิชีวนะ ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่เกี่ยวข้องกับยา NSAIDs

ยาเม็ดสีเหลืองจากยาชุดที่ไม่ระบุชื่อ ⚠️ อาจใช่ ยาชุดมักไม่มีฉลากระบุชัดเจน อาจมี NSAIDs หรือสเตียรอยด์ผสมอยู่ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อไต

ยาฟ้าทะลายโจร ⚠️ ไม่แน่ใจ แม้เป็นสมุนไพร แต่หากใช้ร่วมกับยาอื่นโดยไม่ระมัดระวัง อาจส่งผลกระทบต่อตับหรือไตได้


ข้อบ่งใช้ของยา NSAIDs

ยา NSAIDs มีฤทธิ์สำคัญ ได้แก่

  • ลดการอักเสบ (Anti-inflammatory effects)
  • ลดอาการปวด (Analgesic effects)
  • ลดไข้ (Antipyretic effects)
  • ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (Antiplatelet effects)

ยาออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ COX-2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ และสามารถช่วยลดอาการปวดได้ภายในประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง


ยาที่ไม่ควรรับประทานร่วมกับ NSAIDs

ไม่ควรรับประทาน NSAIDs ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น

  • Warfarin
  • Dabigatran
  • Rivaroxaban

อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ NSAIDs

ระบบทางเดินอาหาร

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปวดท้องหรือไม่สบายท้อง
  • แผลในทางเดินอาหาร

ควรระมัดระวังในผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร


ระบบหัวใจและหลอดเลือด

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • หัวใจขาดเลือด
  • การเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดลดลง

ควรระมัดระวังในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง


ระบบไตและสมดุลของเกลือแร่

  • การทำงานของไตลดลง
  • บวมน้ำ
  • ไตอักเสบ
  • ไตวายเฉียบพลัน

ควรระมัดระวังในผู้ป่วยที่ใช้ยาที่เป็นพิษต่อไต และผู้ที่มีการทำงานของตับหรือไตบกพร่อง


ระบบทางเดินหายใจ

  • อาการภูมิแพ้จมูกกำเริบ
  • โรคหืดกำเริบ
  • หลอดลมหดเกร็ง

ควรระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีโรคทางเดินหายใจอุดกั้น


ผู้ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษก่อนใช้ NSAIDs

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์
  • หญิงให้นมบุตร
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยา
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคไต
  • ผู้ป่วยโรคตับ
  • ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร
  • ผู้ที่ใช้ยาที่มีผลต่อไต
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด

รู้จักค่า eGFR

eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าอัตราการกรองของเสียของไต ใช้ประเมินการทำงานของไต โดยคำนวณจากปริมาณเลือดที่ไตสามารถกรองของเสียได้ใน 1 นาที

ค่าปกติของ eGFR คือ

มากกว่า 90 มล./นาที/1.73 ตร.ม.

แนวทางการใช้ NSAIDs ตามค่า eGFR

  • มากกว่า 60 : สามารถใช้ยาได้ โดยใช้ขนาดต่ำที่สุด และใช้ในระยะเวลาสั้นที่สุด
  • 30–60 : ใช้ด้วยความระมัดระวัง และติดตามการทำงานของไตตามความเหมาะสม
  • ต่ำกว่า 30 : ไม่แนะนำให้ใช้ยา NSAIDs หากจำเป็นควรใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

ดาวน์โหลด ความรู้เรื่องการใช้ยา NSAIDs