บทเรียนการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26
ภายใต้แนวคิด “Compassionate Innovation: Shaping the Future of Care นวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ สร้างมิติใหม่ของการดูแล”
เรื่อง “Quality talk: the future of healthcare by innovation leader
วันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 – 14.30 น.
ณ ห้องสัมมนา Grand (200) ศูนย์การประชุม IMPACT FORUM เมืองทองธานี

วิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
นพ.โสภณ  เมฆธน  (ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ)
รศ. นพ.ฉันชาย  สิทธิพันธุ์  (คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย)
ดร.อาทิรัตน์  จารุกิจพิพัฒน์  (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล)

นพ.โสภณ เมฆธน ถ่ายทอดมุมมองทิศทางการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิในอนาคต และการบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ.2562 ให้นิยาม บริการสุขภาพปฐมภูมิ ว่า เป็นบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มุ่งหมายดูแลสุขภาพของบุคคลในเขตพื้นที่รับผิดชอบในลักษณะองค์รวมตั้งแต่แรก ต่อเนื่อง และผสมผสาน ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ปัจจุบันประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลุ่ม NCDs สูงขึ้น มีความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท ในด้านการบริการพบความแออัด ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ภาระงานบุคลากรการแพทย์เพิ่มขึ้น และขาดเจ้าภาพหลักที่มีศักยภาพในการดูแลประชาชน โดยสิทธิที่ประชาชนจะได้รับในรายการบริการสุขภาพปฐมภูมิมี 6 ข้อ ดังนี้

  1. มีคณะที่ปรึกษาด้านสุขภาพของตนเอง และบุคคลในครอบครัว
  2. บริการให้คำปรึกษาและบริการนัดหมาย จัดทำ personal care plan ร่วมกัน
  3. บริการส่งต่อและดูแลต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ ทั้งการส่งต่อไปเครือข่าย หรือรับจากรพ.จังหวัดส่งต่อเข้ามารพสต.
  4. ส่งเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพ และมีความรู้ในการจัดการสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน และสามารถตัดสินใจในการรับการรักษาได้
  5. รับการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน บริการใกล้บ้านแต่คุณภาพสูง ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวมตามกลุ่มวัย ครอบคลุมระยะเฉียบพลัน ระยะกลาง ระยะเรื้อรัง ระยะยาว ระยะประคับประคอง และระยะท้ายของชีวิต
  6. การส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีเครือข่าย

ตัวอย่างที่ทางบริการสุขภาพปฐมภูมิเข้าไปดูแลผู้ป่วย โครงการแรกคือ การป้องกันเบาหวาน ทางบริการสุขภาพปฐมภูมิจัดทำแนวทางที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยมีโปรแกรมดำเนินการดังนี้ ควบคุมน้ำหนักตัว และพิจารณาค่า BMI ระหว่าง 18.5-22.9 เลือกรับประทานอาหารสุขภาพ เลี่ยง หวาน มัน เค็ม อายุ 35 ปี ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดปีละครั้ง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาที/วัน ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการสูดควันบุหรี่ จัดการความเครียด พักผ่อนเพียงพอ สุดท้าย หากมีอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน ควรพบแพทย์ทันที โครงการที่ 2 การลงพื้นที่ในช่วงน้ำท่วม ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวและลมแรงเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะและสายให้อาหาร รวมถึงแจกยาสามัญประจำบ้าน 100 ชุด โครงการที่ 3 คือ น้อง love ปาฏิหาริย์แห่งความพยายาม ที่หน่วยบริการปฐมภูมิให้การดูแลผู้ป่วยเด็ก Cerebral Palsy (CP) ตั้งแต่ปี 2562 จากเด็กที่ควบคุมการกลืนน้ำลายไม่ได้ และเกร็งมาก ปัจจุบันสามารถกลืนน้ำลายได้เอง ยกแขนได้สูงขึ้น และมีพัฒนาการด้านการสื่อสารที่ดีขึ้น โครงการที่ 4 การดูแลผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น (ADHD) ซึ่งมีเด็กรายหนึ่งมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่ยอมทานยา จึงใช้แนวทาง 3 ประสาน คือ ผูกสัมพันธ์ สร้างความเชื่อใจ ต่อลองกินยาแลกขนม ปรับแผนการกินยาจากเดิม 3 เวลา เป็นเช้า เย็น เพิ่มทักษะการใช้ชีวิต สอนให้นับเงิน เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ และพลังของชุมชน ผ่านการนัดผู้นำชุมชน สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กเข้าสังคมได้จริง สุท้ายเป็นโครงการที่ดูแลคุณลุงที่ป่วยวิกฤต เจาะคอ และใช้เครื่องช่วยหายใจกว่า 15 วัน ทีม 3 หมอลงพื้นที่ฉีดวัคซีนพระราชทานถึงบ้านและดูแลต่อเนื่อง…

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ >> Quality talk: the future of healthcare by innovation leader

ผู้บันทึกบทเรียน
นางสาวปารวี  สยัดพานิช
งานจัดการความรู้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

อ่านบทเรียน HA National Forum อื่น ๆ