บทเรียนการประชุมวิชาการ Siriraj Research and Innovation week 2026
ภายใต้แนวคิด Translating research and innovation to impact human health
เรื่อง Impact Evaluation of Research and Innovation
วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 8.45 – 10.45 น.
ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
วิทยากร
รศ. ดร.สุวรรณา ประณีตวตกุล
รศ. ดร.กัมปนาท วิจิตรศรีกมล
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร. นพ.วรพัฒน์ รัฐอาภา ได้กล่าวว่า โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้จัดตั้งศูนย์บริการความเป็นเลิศ (Siriraj Center of Research Excellence: SiCORE) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการความเป็นเลิศเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นเป็นต้นแบบของการรักษาผนวกกับการศึกษา เพื่อต่อยอดสู่งานวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งในส่วนของงานวิจัยได้จัดตั้งศูนย์วิจัยเป็นเลิศ (SiCORE-M) ประกอบด้วยสหสาขาของนักวิจัยที่สนใจวิจัยเรื่องที่ส่งผลกระทบ (impact) และเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยรวมถึงสากล สำหรับเริ่มต้นอาจมีความแตกต่าง แต่จะมุ่งเน้นไปทิศทางเดียวกัน คือ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยในอดีตมักจะประเมินด้านผลงานวิจัยและการนำไปใช้ แต่ด้านเศรษฐศาสตร์หรือผลกระทบสังคม ในทางการแพทย์อาจยังให้ความสำคัญไม่มาก จึงคาดหวังว่าอนาคตถ้าสามารถนำมาผนวกกับเรื่องวิจัย จะช่วยทำให้การประเมินผลงานวิจัยได้ครบวงจร และเห็นถึงผลกระทบแบบ 360 องศาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
รศ. ดร.สุวรรณา ประณีตวตกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญชำนาญการในการประเมินผลกระทบงานวิจัยและพัฒนา ได้กล่าวว่า นักวิจัยที่ต้องการเขียนเสนอโครงการเพื่อขอทุนวิจัยโดยตรง ทั้งจาก PMU (Program Management Unit: หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย) หรือ สกสว. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม: Thailand Science Research and Innovation – TSRI) จำเป็นต้องเขียน “Research to impact pathway” เพื่ออธิบายว่างานวิจัยจะสามารถสร้างผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ หรือระบบต่าง ๆ อย่างไร โดยการบรรยายครั้งนี้จะนำเสนอหัวข้อสำคัญ ได้แก่ 1.แนวทางการประเมินผลกระทบ 2.เส้นทางสู่ผลกระทบจากงานวิจัย 3.การยอมรับเทคโนโลยีจากงานวิจัย และ 4.แนวคิดการวัดผลกระทบของงานวิจัย
การประเมินผลกระทบจากงานวิจัย (R&D impact evaluation) ช่วยให้การลงทุนในทรัพยากรการวิจัยเกิดการเปลี่ยนแปลง (Difference) และช่วยเพิ่มโอกาสในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด (Maximize use) และการประเมินผลกระทบยังช่วยทำให้ผู้กำหนดนโยบาย ตัดสินใจใช้งบประมาณด้านการวิจัยที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) ทั้งในด้านการจัดสรรทรัพยากร และจัดลำดับความสำคัญของงานวิจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการประเมินผลกระทบของงานวิจัย แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ
- Ex-Post evaluation การประเมินงานวิจัยที่เสร็จสิ้นแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ถูกประเมิน (ทั้งภายใน-ภายนอก) เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพของเงินลงทุนงานวิจัยในอดีต
- Ex-Ante evaluation การประเมินเพื่ออนาคต ใช้สำหรับจัดลำดับความสำคัญของงานวิจัย และวางแผนการจัดสรรทรัพยากรสำหรับการวิจัยในระยะต่อไป
แนวทางที่ถือว่าเป็น จุดอุดมคติ ของการประเมินผลกระทบ คือ ประเมินตลอดช่วงเวลา ของการดำเนินการโครงการวิจัย ตั้งแต่ก่อนเริ่มการวิจัย ระหว่างดำเนินการ และหลังเสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งข้อจำกัด ด้านงบประมาณ จะเป็นตัวกำหนด จำนวนครั้ง และความลึกในการประเมินโครงการวิจัย โดยประเภทของการประเมินขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ ขององค์กรและระยะเวลาของงานวิจัยนั้น ๆ
1.แนวทางการประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation)
Stages of research and development types of research evaluation ขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1) Development of R&D Project หรือ Development evaluation ระยะเริ่มต้นของการพัฒนาโจทย์วิจัย โดยเน้นการวิเคราะห์ความต้องการ (need assessment) และค้นหาปัญหาที่แท้จริง (pain point) ซึ่งโจทย์วิจัยที่ดีควรมาจากความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์โดยตรง พร้อมทั้งมีการจัดลำดับความสำคัญ (priority setting) ก่อนเริ่มดำเนินการวิจัย
2) Design of R&D Project หรือ Design evaluation เป็นขั้นตอนการเขียนข้อเสนอโครงการ (proposal) เพื่อของบประมาณจากภายนอก โดยต้องระบุ Research to Impact Pathway หรือเส้นทางที่แสดงให้เห็นว่างานวิจัยจะนำไปสู่ผลกระทบได้อย่างไร
3) Implementation of R&D Project เข้าสู่ช่วงดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนา
4) Adoption of Project Results โดย keyword สำคัญ คือ การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง (adoption) หรือกล่าวได้ว่า การทำวิจัยต้องไม่อยู่บนหิ้ง ต้องนำไปใช้ประโยชน์ จึงจะเกิด impact สำหรับการตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานถือเป็น output ถ้าผลงานมีการนำไปใช้อ้างอิง จึงเป็น outcome และพัฒนาสู่ impact ที่ส่งผลให้องค์กรมี ranking สูงขึ้น
ศาสตร์แห่ง impact evaluation ได้แก่ 1.Adoption study 2.Economic evaluation 3.Social environmental assessment method
Impact starts at project planning ควรเริ่มตั้งแต่ proposal โดยระบุให้เห็นว่า impact จากข้อเสนอโครงการวิจัยที่ต้องการคืออะไร จากนั้นมุ่งสู่ practice changes ลงสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้เกิด KASA (knowledge, attitude, skills, aspirations) และ reactions แสดงการสนับสนุนทรัพยากรวิจัย เพื่อสร้างผลผลิตนำสู่การใช้ประโยชน์ของ users จนถึง resources ระบุแหล่งเครื่องมือ และปัจจัยต่าง ๆ เมื่อเกิดเป็นผลงานวิจัยจะมีกระบวนการอย่างไรที่มุ่งขึ้นสู่ performance
2.เส้นทางสู่ผลกระทบจากงานวิจัย (Research to Impact Pathway)
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ Impact Evaluation of Research and Innovation


