บทเรียนการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26
ภายใต้แนวคิด “Compassionate Innovation: Shaping the Future of Care นวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ สร้างมิติใหม่ของการดูแล”
เรื่อง “Digital Technology: How to Enhance Safety for All”
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 08.45 – 10.15 น.
ณ ห้องสัมมนา Sapphire 205-206 ศูนย์การประชุม IMPACT FORUM เมืองทองธานี
วิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดร. นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ (คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี)
ผศ. นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน (คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
ผศ. นพ.อนุแสง จิตสมเกษม (คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช)
ผศ. นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ได้กล่าวถึงภาพรวมของระบบสุขภาพในปัจจุบันว่า มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพิ่มมากขึ้น ทั้งด้านการจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย การวินิจฉัย การรักษา และการบริหารจัดการทางการแพทย์ ทำให้ “ข้อมูลสุขภาพ” กลายเป็นทรัพยากรสำคัญขององค์กรทางการแพทย์อย่างไรก็ตาม เมื่อระบบต่าง ๆ เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายดิจิทัล ความเสี่ยงด้าน cyber security ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือความผิดพลาดจากระบบ AI ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรักษาผู้ป่วย ความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ และคุณภาพของระบบสุขภาพ ดังนั้น cyber security จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ แต่เป็น “พื้นฐานสำคัญของความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย” โดยองค์กรจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ทั้งด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล AI และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กร
แนวคิด “โครงสร้าง 8 มิติ การดูแลผู้ป่วยด้วยดิจิทัล” จึงถูกนำมาใช้เป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “การดูแลที่เหมาะสม ปลอดภัย และได้ผล” สำหรับผู้ป่วย ทั้ง 8 มิติ ประกอบด้วย
- วัตถุประสงค์และกลยุทธ์ องค์กรต้องกำหนดเป้าหมายและทิศทางในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้ชัดเจน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดูแลผู้ป่วยขององค์กร
- การปกป้องผู้มีข้อจำกัด คำนึงถึงกลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ใช้งานที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรับบริการ
- แผนการใช้งานและอบรม บุคลากรควรได้รับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI เพื่อให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- การใช้อย่างสมเหตุสมผล การนำ AI มาใช้ต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ความจำเป็น และประโยชน์ต่อผู้ป่วย ไม่ใช่ใช้เพื่อทดแทนการตัดสินใจของมนุษย์ทั้งหมด
- การควบคุมดูแลตามกฎหมาย การดำเนินงานต้องสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานด้านข้อมูลสุขภาพ รวมถึง PDPA และมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย
- การบริหารความเสี่ยง องค์กรต้องมีระบบประเมินและจัดการความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีและ AI ทั้งด้านข้อมูล ระบบ และผลกระทบต่อผู้ป่วย
- ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ควรมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดูแลระบบดิจิทัล ความปลอดภัยไซเบอร์ และการประเมิน AI ได้อย่างเหมาะสม
- กำหนดแนวทางหรือมาตรฐานในการใช้ AI ทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้
ประเด็นสำคัญ คือ “ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์” เป็นแนวทางกำกับดูแลการใช้ AI ให้เกิดความปลอดภัย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
- ความรับผิดชอบเชิงเทคนิค (System/Vendor) ผู้พัฒนาระบบหรือผู้ให้บริการ AI ต้องรับผิดชอบด้านการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพก่อนใช้งาน การตรวจสอบความเอนเอียงของอัลกอริทึม และความโปร่งใสของข้อมูลที่ใช้ฝึกสอน เพื่อให้มั่นใจว่า AI มีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ และไม่ก่อให้เกิดอคติในการรักษา
- ความรับผิดชอบทางคลินิก (Hospital/Clinical) บุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลมีหน้าที่ประเมินความเหมาะสมในการใช้งาน AI อธิบายข้อจำกัดของระบบให้ผู้ป่วยเข้าใจ รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI เป็น “เครื่องมือช่วยสนับสนุน” การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทนทั้งหมด
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ >> Digital Technology: How to Enhance Safety for All
ผู้บันทึกบทเรียน
นายเอกราช จันทรประดิษฐ์
งานจัดการความรู้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


